คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2507
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยจัดให้มีการเล่นและเล่นการพนันโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น แม้ไม่ได้ระบุถึงทรัพย์สินที่เอาออกพนันและเครื่องมือที่ใช้ในการเล่น ก็ไม่ทำให้ฟ้องขัดต่อกฎหมาย หากพอจะเข้าใจได้ถึงลักษณะการกระทำผิดและรายละเอียดที่โจทก์จะนำสืบต่อไปได้
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องหาว่า จำเลยจัดให้มีการเล่นและเล่นการพนันไพ่ผ่องไทย พนันเอาทรัพย์สินกันมิได้รับอนุญาต โดยบรรยายถึงการกระทำของจำเลยที่อ้างว่าเป็นความผิด ตลอดจนระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ซึ่งจำเลยกระทำผิดแล้วแม้โจทก์จะไม่ได้ระบุถึงทรัพย์สินที่เอาออกพนันและไพ่ผ่องไทยที่ใช้เป็นเครื่องมือในการเล่นว่าจับได้หรือไม่ ก็ไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะพอจะเข้าใจได้แล้วว่าเครื่องมือที่ใช้ในการเล่นก็คือ ไพ่ผ่องไทย ทรัพย์สินที่พนันก็อาจเป็นเงินหรือทรัพย์สินอื่นซึ่งเป็นรายละเอียดที่โจทก์จะนำสืบต่อไป ฟ้องโจทก์จึงไม่ขัดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2507 เวลากลางวัน จำเลยในคดีนี้กับพวกที่หลบหนีไปบังอาจสมคบกันเล่นการพนันไพ่ผ่องไทยอันเป็นการพนันประเภทไพ่ต่าง ๆ ตามบัญชี ข. หมายเลข 21 ท้ายพระราชบัญญัติการพนัน พ.ศ. 2478 พนันเอาทรัพย์สินกัน โดยจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนักจัดให้มีการเล่นขึ้น เพื่อเป็นทางนำมาเพื่อผลประโยชน์แห่งตนและเป็นผู้เล่นพนันด้วย ส่วนจำเลยอื่นนอกนั้นเป็นผู้เข้าเล่นพนัน ทั้งนี้โดยจำเลยมิได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงาน เหตุเกิดที่ตำบลตะกั่วป่าอำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา ตามวันเวลาดังกล่าวเจ้าพนักงานจับจำเลยได้ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติการพนันฯ และสั่งริบของกลางและให้จำเลยจ่ายสินบนนำจับ
จำเลยทุกคนให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานโจทก์และวินิจฉัยว่า ฟ้องโจทก์ไม่ปรากฏว่า เจ้าพนักงานจับของกลางได้ เป็นต้นว่า ทรัพย์สินที่จำเลยเอาออกพนัน ไพ่ผ่องไทยที่จำเลยใช้เป็นเครื่องมือในการเล่น ฟ้องโจทก์ขาดข้อเท็จจริงและรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งของที่เกี่ยวข้องขัดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5)
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า ถ้าเจ้าพนักงานจับของกลางไม่ได้พร้อมกับตัวจำเลย โจทก์ก็ไม่มีข้อความดังนี้มาบรรยายในคำฟ้อง ฟ้องของโจทก์มีข้อความครบถ้วนตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158 แล้ว พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานโจทก์จำเลยแล้วพิพากษาใหม่
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาประชุมปรึกษาคดีแล้วเห็นว่า ฟ้องโจทก์บรรยายการกระทำของจำเลยที่อ้างว่าเป็นความผิด คือจำเลยสมคบกันเล่นการพนันไพ่ผ่องไทยพนันเอาทรัพย์สินกันโดยไม่รับอนุญาตโดยจำเลยที่ 1 เป็นเจ้าสำนัก จัดให้มีการเล่นเพื่อนำมาซึ่งผลประโยชน์แห่งตนและเข้าเล่นด้วยส่วนจำเลยอื่นเป็นผู้เข้าเล่นพนัน ตลอดจนได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเวลาและสถานที่ที่ซึ่งจำเลยกระทำผิด คือในวันที่ 1 มีนาคม 2507 เวลากลางวัน ที่ตำบลตะกั่วป่า อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงาแม้ฟ้องโจทก์จะไม่ระบุถึงทรัพย์สินที่เอาออกพนันและไพ่ผ่องไทยที่ใช้เป็นเครื่องมือในการเล่นว่า เจ้าพนักงานจับได้ของกลางบ้างหรือไม่ก็ไม่ใช่ข้อสำคัญ เพราะพอจะเข้าใจได้แล้วว่าเมื่อโจทก์ฟ้องหาว่าจำเลยเล่นการพนันไพ่ผ่องไทยเอาทรัพย์สิน เครื่องมือที่ใช้ในการเล่นก็คือ ไพ่ผ่องไทย ทรัพย์สินที่พนันก็อาจเป็นเงินหรือทรัพย์สินอื่นซึ่งเป็นรายละเอียดที่โจทก์จะนำสืบต่อไปว่าจับของกลางในวงเล่นได้บ้างหรือไม่ เห็นว่า โจทก์บรรยายข้อเท็จจริงและรายละเอียดครบถ้วนชัดเจนพอที่จะเข้าใจข้อหาได้ดีแล้ว จึงไม่ขัดประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 158(5) พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 931/2507
อัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่า โจทก์
นางซ่วนกุ่ย แต่สกุล กับพวกรวม 7 คน จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการประจำศาลจังหวัดตะกั่วป่า · จำเลย - นางซ่วนกุ่ย แต่สกุล กับพวกรวม 7 คน |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · เจน เวชศิลป์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา