⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1041/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1041/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การรับรองอุทธรณ์ว่ามีเหตุอันสมควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้นั้น ต้องเป็นการรับรองโดยชัดแจ้ง มิฉะนั้นคำสั่งรับอุทธรณ์เพียงว่า "ให้รับเป็นฟ้องอุทธรณ์" เฉยๆ ไม่ถือว่าเป็นการรับรองตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การรับรองอุทธรณ์ว่า มีเหตุอันสมควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้นั้น ต้องเป็นการรับรองโดยชัดแจ้ง ฉะนั้น คำสั่งของผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีในศาลชั้นต้นที่สั่งรับอุทธรณ์เพียงว่า "ให้รับเป็นฟ้องอุทธรณ์" เฉย ๆ เท่านั้น ย่อมไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นดังบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 224.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.224 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.230

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกจากห้องพิพาท กับชดใช้ค่าเสียหายให้โจทก์เดือนละ ๑๕ บาท แต่วันฟ้อง จำเลยให้การว่า เช่าเพื่ออยู่อาศัย ไม่เคยผิดสัญญา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากห้องพิพาทกับให้จำเลยใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๑๕ บาทนับแต่วันฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลชั้นต้นสั่งให้รับเป็นฟ้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คดีนี้ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงอุทธรณ์ของจำเลยเป็นอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยพิพากษายืน จำเลยฎีกาต่อมา อ้างว่าการที่ศาลชั้นต้นรับอุทธรณ์จำเลยแล้วนั้น ย่อมเป็นคำรับรองอยู่ในตัวว่ามีเหตุอันสมวครที่อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ด้วย ไม่จำต้องมีคำรับรองเป็นพิเศษอีก จึงเป็นการรับอุทธรณ์ของจำเลยทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยข้อเท็จจริงให้ จึงเป็นการมิชอบ ศาลชั้นต้นไม่รับฟ้องฎีกาจำเลย จำเลยอุทธรณ์คำสั่ง ศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาจำเลยเกี่ยวกับการรับอุทธรณ์ของศาลชั้นต้นเป็นปัญหาข้อกฎหมายจึงให้รับฎีกาจำเลยในข้อนี้ คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเพียงว่า การที่ศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยนั้น เป็นการรับรองอุทธรณ์ของจำเลยในปัญหาข้อเท็จจริงด้วยหรือไม่เท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องขับไล่จำเลยมิได้ต่อสู้กรรมสิทธิ์ ค่าเสียหายที่ขอให้ชดใช้เป็นรายเดือนเท่าอัตราค่าเช่าเพียงเดือนละ ๑๕ บาท ไม่เกินเดือนละ ๒,๐๐๐ บาท ต้องห้ามมิให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นแต่จะมีพฤติการณ์บางอย่างดังบัญญัติยกเว้นไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ เท่านั้น เฉพาะที่เป็นปัญหาเกี่ยวกับคดีนี้ คือ ผู้พิพากษาที่นั่งพิจารณาคดีนี้ในศาลชั้นต้นสั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยไว้นั้น จะเป็นการรับรองอุทธรณ์ของจำเลยว่ามีเหตุอันสมควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงด้วยหรือไม่เท่านั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การรับรองอุทธรณ์ว่ามีเหตุอันสมควรอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้นั้น ต้องเป็นการรับรองโดยชัดแจ้ง ได้พิเคราะห์คำสั่งของศาลชั้นต้นที่สั่งรับอุทธรณ์ของจำเลยแล้ว มีข้อความเพียงว่า "ให้รับเป็นฟ้องอุทธรณ์" เฉย ๆ เท่านั้น ไม่มีข้อความแสดงให้เห็นว่าเป็นการรับรองให้อุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริงได้ด้วยเลย จึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นดังบัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๔ อันจะทำให้ปัญหาข้อเท็จจริงในคดีนี้มาสู่การพิจารณาของศาลอุทธรณ์ได้ ที่ศาลอุทธรณ์ไม่รับวินิจฉัยในปัญหาข้อเท็จจริงให้จึงชอบแล้ว ข้อโต้แย้งของจำเลยฟังไม่ขึ้น. พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1041/2508 กระทรวงการคลัง โดยนายสุนทร หงส์ลดารมภ์ โจทก์ นายเอี่ยม เจริญสุข จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กระทรวงการคลัง โดยนายสุนทร หงส์ลดารมภ์ · จำเลย - นายเอี่ยม เจริญสุข
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · วิชัยนิตินาท · พร สุธารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรัญ อิศระ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1224/2508ฎีกา 2889/2536ฎีกา 573/2515ฎีกา 6420/2540ฎีกา 3081/2549ฎีกา 4261/2548ฎีกา 364/2544ฎีกา 146/2545ฎีกา 2897/2538ฎีกา 5223/2538ฎีกา 8122-8123/2567ฎีกา 1526/2513ฎีกา 667/2511ฎีกา 495/2542ฎีกา 9686/2539ฎีกา 135/2534ฎีกา 3926/2539ฎีกา 38/2549ฎีกา 2882/2525ฎีกา 9151/2539ฎีกา 6452/2538ฎีกา 186/2547ฎีกา 6477/2543ฎีกา 7382/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา