⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1153/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1153/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การออกโฆษณาให้คำมั่นว่าจะจ่ายเงินรางวัลตอบแทนแก่ผู้ช่วยเหลือราชการในการจับฝิ่น ถือเป็นคำมั่นจะให้รางวัลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 362 และการจะไม่จ่ายหรือจ่ายน้อยกว่าที่กำหนดจะต้องมีเหตุผลอันชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่นของกรมสรรพสามิตที่มีข้อความระบุให้ข้าหลวงประจำจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจ ผู้กำกับการตำรวจ นายอำเภอหรือปลัดกิ่งอำเภอ มีอำนาจรับแจ้งความจากผู้ขอรับเงินรางลัลนำจับได้นั้น เมื่อได้ส่งไปยังกรมศุลการกรและกรมตำรวจ จนกระทั่งกรมตำรวจได้ออกแจ้งความต่อไปอีกนั้น ไม่เพียงแต่เป็นระเบียบภายในเท่านั้นแต่เป็นการออกโฆษณาภายนอกซึ่งคำมั่นที่จะจ่ายเงินรางวัลตอบแทนให้แก่ผู้ช่วยเหลือราชการในการจับฝิ่น เข้าลักษณะออกโฆษณาให้คำมั่นจะให้รางวัลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 362 แล้ว คำมั่นจะให้รางวัลตามระเบียบนี้ ถ้าจะไม่จ่ายเงินรางวัลหรือจ่ายน้อยกว่าระเบียบแล้ว จะต้องมีเหตุผลที่ชอบที่ควร หาใช่ว่าสุดแล้วแต่ใจโดยไม่มีเหตุที่ชอบที่ควรไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.152 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.165 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.362

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามรับผิดชอบร่วมกันและแทนกันจ่ายเงินรางวัลฝิ่นให้โจทก์ทั้งสองเป็นเงิน ๕๕๘,๐๗๑.๖๐ บาท กับดอกเบี้ยอีกเป็นเงิน ๑๘๔,๘๐๑ บาท จำเลยให้การปฎิเสธ ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์กับพวกเป็นผู้แจ้งความนำจับและทำการจับกุมฝิ่นรายนี้โดยชอบ มีสิทธิได้รับรางวัลนำจับตามระเบียบของกระทรวงการคลังจำเลย แต่ปรากฏว่าจับได้เฉพาะของกลาง ไม่มีตัวผู้ต้องหา โจทก์จึงมีสิทธิจะได้รางวัลเพียง ๔ ใน ๕ เท่านั้น จึงพิพากษาให้จำเลยที่ ๑-๒ จ่ายเงินรางวัล ๔๔๖,๔๕๗.๒๘ บาท กับดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันที่ ๑๒ ธันวาคม ๒๔๙๘ จนกว่าจะใช้เงินเสร็จ จำเลยที่ ๑-๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑-๒ ฎีกา ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วยศาลล่างที่ฟังข้อเท็จจริงต้องกันมาว่า โจทก์ที่ ๑ กับพวกจับฝิ่นรายนี้มาโดยชอบด้วยอำนาจหน้าที่ แล้วมาถูกพันตำรวจเอกจิตต์กับพวกจับซ้อนขึ้นอีก ส่วนปัญหาข้อกฎหมายที่มาสู่ศาลฎีกามีดังนี้ ๑.พฤติการณ์ของโจทก์ไม่เป็นการจับตามประมวลกฎหมายอาญาหรือกฎหมายอื่นใดเลย เพราะไม่ได้จับบุคคลผู้กระทำผิดหรือสงสัยว่ากระทำผิด ศาลฎีกาเห็นว่าเป็นการจับฝิ่นของกลางโดยไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด ต้องตามระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่น พ.ศ.๒๔๙๐ ข้อ ๓ ค. แล้ว ๒.ระเบียบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่นเป็นเพียงระเบียบภายใน ไมใช่คำมั่นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๒ โจทก์จึงไม่มีสิทธิเรียกร้องเงินรางวัลตามระเบียบนี้ ข้อนี้ได้ความว่า กรมสรรพสามิตจำเลยได้ส่งระเบียบไปยังกรมศุลกากรและกรมตำรวจ และกรมตำรวจยังได้ออกแจ้งความต่อไปอีก ทั้งข้อความตามระเบีบบข้อ ๑๕ ที่ระบุให้ข้าหลวงประจำจังหวัด ผู้บังคับการตำรวจ ผู้กำกับการตำรวจ นายอำเภอหรือปลัดกิ่งอำเภอ ซึ่งเป็นข้าราชการกรมกระทรวงอื่น มีอำนาจรับแจ้งความจากผู้ขอรับเงินรางวัลนำจับได้ เช่นนี้ ย่อมแสดงให้เห็นว่า ระเบีบบการจ่ายเงินรางวัลฝิ่น ไม่เพียงแต่จะเป็นระเบียบภายในเท่านั้น หากเป็นการออกโฆษณาออกไปภายนอกซึ่งคำมั่นที่จะจ่ายเงินรางวัลตอบแทนให้แก่ผู้ช่วยเหลือราชการในการจับฝิ่น เข้าลักษณะโฆษณาให้คำมั่นจะให้รางวัลตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๓๖๒ แล้ว ๓.จำเลยโต้แย้งว่า หากจะถือว่าระเบียบการจ่ายเงินเป็นคำมั่นแล้ว ข้อ ๑๙ แห่งระเบียบนี้ จำเลยว่าเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน อันจะสำเร็จได้หรือไม่แล้วแต่ใจของลูกหนี้เท่านั้น คำมั่นที่จะให้รางวัลตามระเบียบนี้ย่อมตกเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๒ ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อความตามข้อ ๑๙ แห่งระเบียบนี้แปลความได้ว่า การไม่จ่ายเงินรางวัลหรือจ่ายน้อยกว่าระเบียบนั้น จะต้องมีเหตุผลและเมื่อว่ากันในทางระเบียบราชการแล้ว เหตุผลนั้นก็ต้องเป็นเหตุผลที่ชอบที่ควร หาใช่ว่าสุดแล้วแต่ใจโดยไม่มีเหตุผลที่ชอบที่ควรไม่ เพราะฉะนั้น ระเบียบหรือคำมั่นตามระเบียบนี้ไม่เป็นโมฆะ ฎีกาจำเลยที่ ๑-๒ ฟังไม่ขึ้นทั้งในปัญหาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย จึงพิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1153/2508 ร้อยตำรวจเอกจรูญ บัวอ่อน ที่ 1 นายยู่ฮิม ตันสหวัฒน์ ที่ 2 โดยร้อยตำรวจเอก จรูญ บัวอ่อนผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ กระทรวงการคลัง โดยนายสุนทร หงส์ลดารมภ์ 1 กรมสรรพสามิต โดยหม่อมราชวงศ์+ันพงษ์ กฤดากร ผู้ว่า ราชการจังหวัดลำปปาง โดยนายเชื่อม ศิริสนธิ์ ในฐานะผู้ว่าร

รายละเอียดคดี

คู่ความโดยร้อยตำรวจเอก - ร้อยตำรวจเอกจรูญ บัวอ่อน ที่ 1 นายยู่ฮิม ตันสหวัฒน์ ที่ 2 · โจทก์ - จรูญ บัวอ่อนผู้รับมอบอำนาจ · 1 - กระทรวงการคลัง โดยนายสุนทร หงส์ลดารมภ์ · ผู้ว่า - กรมสรรพสามิต โดยหม่อมราชวงศ์+ันพงษ์ กฤดากร · ในฐานะผู้ว่าร - ราชการจังหวัดลำปปาง โดยนายเชื่อม ศิริสนธิ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิชัยนิตินาท · สวัสดิ์ พานิชอัตรา · พร สุขารมณ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลำปาง - นายประพจน์ ถิระวัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2014/2506ฎีกา 2036/2542ฎีกา 1000/2496ฎีกา 2133/2531ฎีกา 6320/2541ฎีกา 8498/2540ฎีกา 797/2509ฎีกา 1982/2519ฎีกา 1531/2526ฎีกา 5675/2530ฎีกา 1808/2512ฎีกา 131/2536ฎีกา 5594/2536ฎีกา 3409/2529ฎีกา 2750/2530ฎีกา 728/2529ฎีกา 2874/2535ฎีกา 3761-3765/2533ฎีกา 2494/2531ฎีกา 3329/2536ฎีกา 3400/2532ฎีกา 2159/2543ฎีกา 3212/2532ฎีกา 544/2500
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา