⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3539/2524

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2524

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ข้อบังคับเกี่ยวกับการสงเคราะห์พนักงานที่นายจ้างกำหนดขึ้น ถือเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้างที่มีผลผูกพันนายจ้างและลูกจ้าง ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินสงเคราะห์เมื่อเลิกจ้างตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อบังคับนั้น

ย่อคำพิพากษา

ข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ.2519 ซึ่งเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการสงเคราะห์พนักงานของจำเลย ถือได้ว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาอย่างหนึ่งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างและมีผลใช้บังคับระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างโดยไม่จำต้องอาศัยเงื่อนไขใด ลูกจ้างจะมีสิทธิเมื่อเลิกจ้างอย่างใด ย่อมเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับดังกล่าว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.68 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.112 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.152 พระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ.2518 ม.12

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นลูกจ้างประจำของจำเลย เมื่อวันที่ ๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๒๓ จำเลยได้เลิกจ้างโจทก์ฐานหมดความไว้วางใจ ซึ่งจำเลยจะต้องจ่ายเงินบำเหน็จให้แก่โจทก์ตามข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ. ๒๕๑๙ เท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้ายคูณด้วยอายุการทำงานเป็นเงิน ๒๒๐, ๗๕๐ บาท แต่จำเลยวินิจฉัยว่าโจทก์ถูกออกจากงานฐานหมดความไว้วางใจ จึงตัดเงินบำเหน็จลงกึ่งหนึ่ง คงจ่ายให้เพียง ๑๑๐,๓๗๕ บาท โดยอาศัยเงื่อนไขตามข้อ ๑๖ แห่งข้อบังคับดังกล่าวเป็นข้ออ้างแต่ไม่ระบุเหตุผลจำเลยมีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์เป็นการกระทำที่ไร้ความเป็นธรรม ข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ. ๒๕๑๙ เป็นนิติกรรมอย่างหนึ่งและตามข้อ ๑๖ มีเงื่อนไขว่า "ในกรณีที่พนักงานถูกออกจากงานฐานหมดความไว้วางใจ" ซึ่งเป็นเงื่อนไขบังคับก่อน และเป็นเงื่อนไขอันจะสำเร็จได้หรือไม่สุดแล้วแต่ใจของลูกหนี้ โดยจำเลยมีอำนาจให้โจทก์ออกจากงานฐานใดก็ได้โดยมีเหตุผลหรือไม่ก็ได้ นิติกรรมส่วนนี้จึงตกเป็นโมฆะ นอกจากนี้จำเลยยังได้ระบุว่าโจทก์มีส่วนพัวพันการทุจริตในองค์การของจำเลยและได้ตั้งกรรมการสอบสวนโจทก์ ผลการสอบสวนไม่ได้ความว่าโจทก์สมคบกับบุคคลอื่นกระทำความผิดเป็นเหตุให้จำเลยไม่พอใจและได้มีคำสั่งให้โจทก์ออกจากงานฐานหมดความไว้วางใจ และอ้างเงื่อนไขข้อบังคับข้อ ๑๖ ตัดทอนบำเหน็จโจทก์ขอให้ศาลบังคับจำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นเงิน ๑๑๐,๓๗๕ บาท จำเลยให้การว่าข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ. ๒๕๑๙ มิใช่เงื่อนไข แต่เป็นระเบียบต่อพนักงานในการให้การสงเคราะห์ต่าง ๆ ซึ่งโจทก์ก็ยอมรับปฏิบัติตามและเป็นอำนาจโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่จะกระทำได้ จำเลยมิได้มีเจตนากลั่นแกล้งโจทก์ เหตุที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กับพวกสมคบกันปลอมเอกสารการทวงหนี้ขนส่ง ใบกำกับสิ่งของและใบสำคัญคู่จ่ายเงินเพื่อไปรับเงินจากหน่วยทหารจัสแม็ก ทำให้จำเลยเสื่อมเสียชื่อเสียงคณะกรรมการสอบสวนเห็นว่าโจทก์มีเจตนาทุจริตปลอมเอกสารดังกล่าวจริง จำเลยจึงเลิกจ้างโจทก์ฐานหมดความไว้วางใจ ที่จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ครึ่งหนึ่งเป็นไปตามที่คณะกรรมการพิจารณาเสนอความเห็นตามอำนาจข้อ ๑๖ แห่งข้อบังคับดังกล่าวเป็นการกระทำที่ถูกต้องและชอบธรรมแล้ว ขอให้ยกฟ้องโจทก์ ศาลแรงงานกลางพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า ข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ. ๒๕๑๙ ข้อ ๑๖ มิใช่เป็นเงื่อนไขในการทำนิติกรรมระหว่างคู่สัญญา แต่ข้อบังคับดังกล่าวเป็นเรื่องวินัยและการลงโทษในทางการปกครองพนักงาน ซึ่งจำเลยชอบที่จะกำหนดขึ้นได้ตามความเหมาะสมที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เนื่องจากคณะกรรมการสอบสวนของจำเลยมีความเห็นว่าพฤติการณ์แวดล้อมน่าเชื่อว่าโจทก์มีส่วนพัวพันในการปลอมเอกสารในนามของจำเลยแล้วไปเบิกเงินค่าขนส่งจากหน่วยทหารจัสแม็กนับว่ามีมลทินมัวหมองคณะกรรมการองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ประชุมลงมติให้เลิกจ้างโจทก์ฐานหมดความไว้วางใจและคณะกรรมการสงเคราะห์ลงมติให้ตัดเงินบำเหน็จกึ่งหนึ่งตามข้อบังคับข้อ ๑๖ ผู้อำนวยการของจำเลยจึงมีคำสั่งตัดเงินบำเหน็จลงกึ่งหนึ่ง ตามความเห็นของคณะกรรมการ ไม่ปรากฏว่ามีการกลั่นแกล้งโจทก์แต่ประการใด คำสั่งของจำเลยเป็นการชอบด้วยระเบียบข้อบังคับแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า แม้ข้อบังคับองค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ว่าด้วยการสงเคราะห์พนักงาน พ.ศ. ๒๕๑๙ ซึ่งเป็นข้อบังคับเกี่ยวกับการสงเคราะห์พนักงานของจำเลยเมื่อเจ็บป่วย คลอดบุตร หรือออกจากงานอันเป็นประโยชน์ที่ลูกจ้างจะได้รับจากนายจ้างอันเกี่ยวกับการทำงาน จึงถือได้ว่าเป็นข้อตกลงเกี่ยวกับสภาพการจ้าง ซึ่งมีลักษณะเป็นสัญญาอย่างหนึ่งระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง อันสัญญาที่มีเงื่อนไขบังคับก่อนนั้น เป็นกรณีที่ตกลงกันไว้ว่า ต้องมีเหตุการณ์อย่างใดอย่างหนึ่งเกิดขึ้นตามสัญญาเสียก่อน สัญญานี้จึงจะมีผลบังคับ แต่ข้อบังคับดังกล่าวของจำเลยมีผลบังคับระหว่างโจทก์จำเลยอยู่แล้ว โดยมิต้องอาศัยเงื่อนไขใดทั้งนี้ย่อมเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในข้อบังคับ กรณีนี้เมื่อโจทก์ออกจากงานเพราะจำเลยเลิกจ้าง โจทก์จะมีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จหรือไม่เพียงใด ย่อมเป็นไปตามข้อกำหนดในข้อบังคับและข้อความในข้อ ๑๖ แห่งข้อบังคับดังกล่าวเป็นเพียงข้อกำหนดเกี่ยวกับวิธีการจ่ายเงินบำเหน็จประการหนึ่งเท่านั้น มิใช่เงื่อนไขข้อบังคับก่อนและไม่เป็นเหตุให้ข้อบังคับดังกล่าวเป็นโมฆะแต่ประการใด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3539/2524 ร้อยตรีเมธี วุฒิยางกูร โจทก์ องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยตรีเมธี วุฒิยางกูร · จำเลย - องค์การรับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไพศาล สว่างเนตร · ขจร หะวานนท์ · ดุสิต วราโห
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายสนิท นิติธรรมาศ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2014/2506ฎีกา 2036/2542ฎีกา 2467/2526ฎีกา 9395-9492/2550ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 2026/2494ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 806/2518ฎีกา 1568/2497ฎีกา 1630/2509ฎีกา 2794/2526ฎีกา 2224/2528ฎีกา 4211/2534ฎีกา 2159/2543ฎีกา 279/2513ฎีกา 6666/2541ฎีกา 100/2497ฎีกา 374/2510ฎีกา 1751/2523ฎีกา 259/2531ฎีกา 1994/2566ฎีกา 120/2506ฎีกา 1460/2493ฎีกา 1254/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา