⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3761-3765/2533

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3761-3765/2533

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาเช่าที่ระบุให้ผู้เช่ามีสิทธิเช่าต่อไปเมื่อครบกำหนด ถือเป็นคำมั่นที่ผูกพันผู้ให้เช่า และผู้ให้เช่าต้องปฏิบัติตามสัญญา แม้ผู้ให้เช่าจะไม่สามารถจัดการให้ผู้เช่าเช่ากับหน่วยงานอื่นได้โดยตรงก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาเช่าระบุว่า "เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า 12 ปี นับแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป ต้องให้ผู้เช่ามีสิทธิเช่าต่อไปอีก และทำสัญญากับกรมวิสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยตรงต่อไป" ข้อสัญญานี้เป็นคำมั่นที่ผูกพันโจทก์ผู้ให้เช่าฝ่ายเดียวที่จะต้องให้จำเลยผู้เช่ามีสิทธิเช่าต่อไป เมื่อปรากฏว่าก่อนสัญญาเช่าครบกำหนด จำเลยแจ้งความประสงค์ที่จะเช่าต่อ กรณีย่อมบังคับกันได้ตามสัญญา โจทก์ต้องให้จำเลยมีสิทธิเช่าต่อไป แม้ข้อเท็จจริงได้ความว่ากรรมสิทธิในตึกพิพาทเป็นของโจทก์ และโจทก์ไม่อาจจัดการให้จำเลยเช่ากับกรมวิสามัญศึกษาโดยตรงได้ โจทก์ก็คงผูกพันตามสัญญาที่จะต้องให้จำเลยมีสิทธิเช่าตึกพิพาทต่อไปตามเงื่อนไขและข้อสัญญาเดิมโดยไม่มีกำหนดเวลาเช่า เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดโจทก์กลับฟ้องขับไล่จำเลย จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.45 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.362 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.363 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.365 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.537

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีกรรมสิทธิ์ในห้องแถวเลขที่ ๑๖๙/๑, ๑๖๙/๓-๔, ๑๖๙/๖, ๑๖๙/๗ และ ๑๖๙/๘ ถนนอุดรดุษฎีตอนตลาดบ้านห้วย ตำบลหมากแข้ง อำเภอเมืองอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี ซึ่งปลูกในที่ราชพัสดุที่โจทก์เช่าจากกรมธนารักษ์ จำเลยทั้งห้าเป็นผู้เช่าห้องดังกล่าวตามลำดับ สัญญาเช่าครบกำหนดในวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๒๕ โจทก์ไม่ประสงค์ให้เช่าต่อ ขอให้บังคับจำเลยทั้งห้าและบริวารออกจากห้องที่เช่าดังกล่าว และให้จำเลยที่ ๑, ที่ ๓, ที่ ๔ และที่ ๕ ชดใช้ค่าเสียหายเดือนละ ๘,๕๐๐ บาท ส่วนจำเลยที่ ๒ เดือนละ ๙,๐๐๐ บาท นับแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๒๕ จนกว่าจำเลยและบริวารจะออกจากห้องเช่า จำเลยทั้งห้าให้การว่า สัญญาเช่าที่ดินราชพัสดุที่โจทก์เช่าจากกรมธนารักษ์ได้สิ้นสุดลงตั้งแต่ปี ๒๕๑๓ โจทก์ไม่ไปต่ออายุการเช่า สัญญาเช่าที่ดินระหว่างโจทก์กับกรมธนารักษ์จึงไม่เกิด โจทก์ไม่ได้เป็นเจ้าของตึกแถว แต่ผู้เช่าเดิมเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างทั้งหมดโดยมีข้อตกลงว่า โจทก์ต้องยินยอมให้ผู้เช่าเดิมเช่าห้องดังกล่าว ๑๒ ปี เมื่อครบกำหนดโจทก์จะยินยอมให้ผู้เช่ามีสิทธิเช่าต่อไปได้อีกโดยทำสัญญาเช่าโดยตรงกับทางราชการ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง จำเลยทั้งห้ารับโอนสิทธิมาจากผู้เช่าเดิม จำเลยทั้งห้ามีสิทธิเช่าโดยตรงกับทางราชการ โจทก์ต้องจัดให้จำเลยทั้งห้าเช่าโดยตรงกับทางราชการ จำเลยทั้งห้าไม่ได้ผิดสัญญาค่าเสียหายสูงเกินไป ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาให้ขับไล่จำเลยทั้งห้ากับให้จำเลยแต่ละคนใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์เดือนละ ๒,๕๐๐ บาท เว้นแต่จำเลยที่ ๒ ให้ใช้เดือนละ ๕,๐๐๐ บาท นับแต่เดือนสิงหาคม ๒๕๒๕ เป็นต้นไปจนกว่าจำเลยทั้งห้าและบริวารจะออกไปจากห้องแถวพิพาท จำเลยทั้งห้าสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ทั้งห้าสำนวนฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า สัญญาเช่าระบุว่า เมื่อครบกำหนดสัญญาเช่า ๑๒ ปี นับแต่วันทำสัญญานี้เป็นต้นไป ต้องให้ผู้เช่ามีสิทธิเช่าต่อไปอีกและทำสัญญากับกรมวิสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการโดยตรงต่อไป ตามข้อสัญญาดังกล่าวจึงเป็นคำมั่นของโจทก์ที่ผูกพันโจทก์ผู้ให้เช่าฝ่ายเดียว ที่จะต้องให้จำเลยทั้งห้าผู้เช่ามีสิทธิเช่าต่อไปอีก เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าฝ่ายจำเลยผู้เช่าแจ้งความประสงค์ในการที่จะเช่าต่อไปอีกตามสัญญาเช่าแก่โจทก์ผู้ให้เช่าแล้ว กรณียอมบังคับกันได้ตามสัญญา โจทก์ผู้ให้เช่าไม่มีสิทธิที่จะให้จำเลยทั้งห้าผู้เช่าออกไปจากที่เช่า โจทก์ผู้ให้เช่าต้องให้จำเลยทั้งห้าผู้เช่ามีสิทธิเช่าต่อไปอีก แม้ได้ความว่า กรรมสิทธิ์ในตึกพิพาทเป็นของโจทก์และโจทก์ไม่อาจจัดการให้จำเลยทั้งห้าเช่ากับกรมวิสามัญศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ โดยตรงได้ โจทก์ก็คงมีความผูกพันตามสัญญาที่จะต้องให้จำเลยทั้งห้าผู้เช่ามีสิทธิเช่าตึกพิพาทกับโจทก์ต่อไปอีกตามเงื่อนไขและข้อสัญญาเดิมโดยไม่มีกำหนดระยะเวลาการเช่า แต่เมื่อสัญญาเช่าครบกำหนดโจทก์กลับนำคดีมาฟ้องขับไล่จำเลยทั้งห้า จึงเป็นการใช้สิทธิโดยไม่สุจริต โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง ไม่จำต้องวินิจฉัยฎีกาข้ออื่นของโจทก์อีกต่อไป พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3761 - 3765/2533 นายอนุชาต วุฒาธิวงษ์ ณ หนองคาย โจทก์ นายสมพงษ์ โตเจริญ ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอนุชาต วุฒาธิวงษ์ ณ หนองคาย · ล. - นายสมพงษ์ โตเจริญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เธียร ยูงทอง · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สัมฤทธิ์ ไชยศิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุดรธานี - นายสินทร สิงห์นิมิตตระกูล · ศาลอุทธรณ์ - นายเทพฤทธิ์ ศิลปานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1798/2506ฎีกา 1739/1739ฎีกา 2409/2551ฎีกา 6239/2551ฎีกา 912/2490ฎีกา 1627/2505ฎีกา 1036/2506ฎีกา 506/2493ฎีกา 888/2511ฎีกา 9188/2538ฎีกา 1593/2524ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1061/2511ฎีกา 408/2524ฎีกา 4122/2540ฎีกา 2160/2518ฎีกา 1049/2522ฎีกา 960/2485ฎีกา 1410/2525ฎีกา 746/2533ฎีกา 426/2501ฎีกา 2591/2543ฎีกา 374/2510ฎีกา 365/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา