⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1330/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1330/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นเพียงข้อสันนิษฐานที่อาจหักล้างได้ด้วยพยานหลักฐานอื่น * อายุความในการบังคับสิทธิเรียกร้องให้ชำระภาษี เริ่มนับตั้งแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้

ย่อคำพิพากษา

แม้กฎหมายจะสันนิษฐานไว้ก่อนว่า สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้อง ก็เป็นข้อสันนิษฐานไม่เด็ดขาด ซึ่งอาจหักล้างโดยพยานหลักฐานอื่นได้ ฉะนั้น เมื่อหลักฐานเอกสารของบริษัทโจทก์ที่ทำขึ้นเองผิดพลาดก็ย่อมไม่เป็นหลักฐานที่จะรับฟังเป็นความจริงได้ ภาษีสำหรับปี พ.ศ.2494 ถึงกำหนดต้องชำระในปี พ.ศ.2495 ถัดไปนั้น โดยที่อายุความย่อมเริ่มนับตั้งแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ ฉะนั้น กรณีนี้อายุความจึงมิได้ตั้งต้นนับตั้งแต่ พ.ศ.2494

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.169 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1141 ประมวลรัษฎากร ม.14 ประมวลรัษฎากร ม.24

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งประเมินภาษีเงินได้ของจำเลยที่ ๑ กับคำวินิจฉัยของจำเลยที่ ๒,๓,๔ และพิพากษาว่าโจทก์ไม่ต้องเสียภาษีเงินได้รวม ๘๔๙,๓๐๒.๗๗ บาท จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธต่อสู้ว่าการประเมินของจำเลยถูกต้องแล้ว ศาลชั้นต้นเห็นว่า สมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของโจทก์ไม่ถูกต้อง ไม่เชื่อว่าได้มีการโอนหุ้นดังโจทก์ฟ้อง คดีไม่ขาดอายุความ ไม่มีเหตุที่โจทก์จะอ้างเพื่อไม่ชำระภาษี พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า แม้กฎหมายจะสันนิษฐานไว้ก่อนว่าสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นเป็นพยานหลักฐานอันถูกต้อง ก็เป็นข้อสันนิษฐานไม่เด็ดขาด ซึ่งอาจหักล้างโดยพยานหลักฐานอื่นได้ ศาลฎีกาได้ตรวจดูสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของดจทก์แล้ว เห็นว่ามีข้อผิดพลาดคลาดเคลื่อน จะให้ฟังว่าข้อสันนิษฐานนั้นถูกต้องกับความจริงก็ย่อมเป็นไปไม่ได้อยู่เอง เพราะนายประสิทธิ์มีหุ้น ๔,๒๒๐ หุ้น ตั้งแต่ก่อนนางบุญหลีโอนเสียแล้ว ก็เมื่อหลักฐานเอกสารที่โจทก์ทำเองแสดงอยู่หลายฉบับว่านางบุญหลียังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ ซ้ำยังได้รับเลือกเป็นกรรมการบริษัทโจทก์ต่อมาอีก โจทก์จะอ้างว่าเอกสารเหล่านั้น โจทก์ทำผิดพลาด แล้วขอให้เชื่อฟังสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นที่มีข้อผิดพลาดอยู่ในตัว ประกอบด้วยคำพยานโจทก์ด้วยนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า ยังไม่เป็นหลักฐานที่จะรับฟังเป็นความจริงตามข้ออ้างของโจทก์ได้ ข้อเท็จจริงต้องฟังว่านางบุญหลียังเป็นผู้ถือหุ้นอยู่ตามเดิม โจทก์จึงต้องเสียภาษีตามที่จำเลยประเมินเรียกเก็บมา ที่โจทก์อ้างว่าภาษีรายนี้เป็นภาษีสำหรับพ.ศ.๒๔๙๔ เจ้าพนักงานมาประเมินเรียกเก็บเมื่อ พ.ศ.๒๕๐๔ จึงขาดอายุความเพระาเกิน ๑๐ ปีนั้นศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับ พ.ศ.๒๔๙๔ ถึงกำหนดต้องชำระใน พ..๒๔๙๕ ถัดไป อายุความย่อมเริ่มนับตั้งแต่วันที่อาจบังคับสิทธิเรียกร้องได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๖๙ มิได้ตั้งต้นนับตังแต่ พ.ศ.๒๔๙๔ ดังที่โจทก์ฎีกา ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1330/2508 บริษัทเอเชียพาณิชย์ประกันสรรพภัย จำกัด โดยนายณรงค์ สุทธิกุลพาณิชย์ และนายจือเจียง แซ่โป่ว กรรมการ โจทก์ กรมสรรพากร ที่ 1 นายหิรัญ สูตะบุตร ที่ 2 นายทวี พฤกษะวัน ที่ 3 นายธรรม คามน์ โภวาที ที่ 4 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความสุทธิกุลพาณิชย์ - บริษัทเอเชียพาณิชย์ประกันสรรพภัย จำกัด โดยนายณรงค์ · โจทก์ - และนายจือเจียง แซ่โป่ว กรรมการ · นายธรรม - กรมสรรพากร ที่ 1 นายหิรัญ สูตะบุตร ที่ 2 นายทวี พฤกษะวัน ที่ 3 · จำเลย - คามน์ โภวาที ที่ 4
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · มณี ชุติวงศ์ · กิตติ สีหนนทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายเสนีย์ วาทิน · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2014/2506ฎีกา 516/2475ฎีกา 2133/2531ฎีกา 3033/2544ฎีกา 2504/2523ฎีกา 888/2519ฎีกา 602/2490ฎีกา 1602/2548ฎีกา 4872/2539ฎีกา 1361/2527ฎีกา 899/2520ฎีกา 4274/2540ฎีกา 989-993/2498ฎีกา 1608/2518ฎีกา 1062/2540ฎีกา 433/2523ฎีกา 9709/2544ฎีกา 2516/2529ฎีกา 2278/2548ฎีกา 809/2519ฎีกา 438-439/2512ฎีกา 7766/2543ฎีกา 1949/2517ฎีกา 864/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา