⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4561/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4561/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องของจำเลยที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะใช้ทวงหนี้จากลูกหนี้ของจำเลยได้นั้น จะต้องมีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์.

ย่อคำพิพากษา

กรณีที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์จะใช้สิทธิเรียกร้องของจำเลยทวงหนี้จากลูกหนี้ของจำเลยตาม มาตรา 119 สิทธิเรียกร้องของจำเลยจะต้องมีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ เพราะเมื่อมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้ว อำนาจจัดกิจการทรัพย์สินของจำเลยย่อมตกอยู่แก่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ ตามมาตรา 6 และมาตรา 22เมื่อผู้ร้องซึ่งเคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยเข้าจัดการทรัพย์สินของจำเลยหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราว โดยเบิกเงินจากบัญชีของจำเลย จึงเป็นการกระทำโดยไม่มีอำนาจ เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ต้องว่ากล่าวกับผู้ร้องต่างหาก เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ไม่อาจใช้อำนาจตามมาตรา 119 เรียกร้องให้ผู้ร้องชำระเงินดังกล่าวได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.119

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราวและต่อมามีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด ผู้คัดค้านมีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องชำระหนี้และยืนยันหนี้ให้ผู้ร้องชำระเงินที่ผู้ร้องได้เบิกเงินจากบัญชีของจำเลย จำนวน 288,300 บาทพร้อมดอกเบี้ย ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ผู้ร้องในฐานะกรรมการผู้จัดการของจำเลยได้เบิกเงินจากบัญชีของจำเลยจำนวนดังกล่าวไปชำระหนี้ที่จำเลยยืมจากบุคคลภายนอก ขอให้เพิกถอนคำสั่งของผู้คัดค้าน ผู้คัดค้านคัดค้านว่า ผู้ร้องเบิกเงินหลังมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวแล้ว ผู้ร้องไม่มีอำนาจกระทำได้ ไม่น่าเชื่อว่ามีการกู้ยืมเงินบุคคลภายนอกจริง ขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งยกคำร้อง ผู้ร้องอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า กรณีที่ผู้คัดค้านจะใช้สิทธิเรียกร้องของจำเลยดำเนินการทวงหนี้จากลูกหนี้ของจำเลยตามมาตรา 119สิทธิเรียกร้องของจำเลยดังกล่าวจะต้องมีอยู่ก่อนวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เพราะเหตุว่าเมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์แล้วไม่ว่าจะเป็นคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ชั่วคราวหรือพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดก็ตาม จำเลยย่อมไม่มีอำนาจจัดกิจการและทรัพย์สินของตนเอง อำนาจดังกล่าวตกอยู่แก่ผู้คัดค้านเพียงผู้เดียว ตามมาตรา 6 และมาตรา 22และผู้ร้องซึ่งเป็นกรรมการผู้มีอำนาจของจำเลยย่อมหมดอำนาจที่จะกระทำกิจการแทนจำเลยไปด้วย ข้อเท็จจริงได้ความว่า ผู้ร้องซึ่งเคยเป็นกรรมการผู้มีอำนาจกระทำการแทนจำเลยเบิกเงินจำนวน 288,300บาท จากบัญชีของจำเลยภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยชั่วคราว จึงเป็นเรื่องที่ผู้ร้องเข้าจัดกิจการทรัพย์สินของจำเลยโดยไม่มีอำนาจ เพราะอำนาจดังกล่าวเป็นของผู้คัดค้านกรณีจึงเป็นเรื่องผู้ร้องกระทำการล่วงละเมิดอำนาจหน้าที่ของผู้คัดค้านซึ่งหากเกิดความเสียหายแก่จำเลยประการใด ก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นภายหลังวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ ซึ่งผู้คัดค้านจะต้องว่ากล่าวกับผู้ร้องต่างหาก ผู้คัดค้านจึงไม่อาจใช้อำนาจตามมาตรา 119 เรียกร้องให้ผู้ร้องชำระเงินจำนวนดังกล่าว กรณีเป็นปัญหาเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อยของประชาชน แม้ไม่มีคู่ความฝ่ายใดฎีกา ศาลฎีกามีอำนาจยกขึ้นวินิจฉัยได้เอง พิพากษากลับ ให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4561/2536 นาง อาภรณ์ ปรารถนา สันติ โจทก์ นาง ทิพย์ วัลย์ โพธิ์ ทอง ผู้ร้อง เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ ผู้คัดค้าน บริษัท บารอนแอสโซซิเอท จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาง อาภรณ์ ปรารถนา สันติ · ผู้ร้อง - นาง ทิพย์ วัลย์ โพธิ์ ทอง · ผู้คัดค้าน - เจ้าพนักงาน พิทักษ์ทรัพย์ · จำเลย - บริษัท บารอนแอสโซซิเอท จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประสิทธิ์ แสนศิริ · สวิน อักขรายุธ · ปรีชา เฉลิมวณิชย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 578/2550ฎีกา 5610/2548ฎีกา 258/2525ฎีกา 3913/2531ฎีกา 57/2530ฎีกา 92/2531ฎีกา 7966/2544ฎีกา 848/2534ฎีกา 2838/2539ฎีกา 3235/2516ฎีกา 3957/2534ฎีกา 773/2532ฎีกา 2499/2538ฎีกา 153/2530ฎีกา 6908/2538ฎีกา 6415/2534ฎีกา 3194/2540ฎีกา 773/2538ฎีกา 2215/2536ฎีกา 2269/2533ฎีกา 7313/2537ฎีกา 6159/2533ฎีกา 678/2508ฎีกา 3358/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา