⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1376-1380/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376-1380/2508

ย่อคำพิพากษา

บริษัทรับประกันภัยไม่ต้องรับผิดในเมื่อทรัพย์สินที่เอาประกันถูกไฟไหม้อันเนื่องมาจากความทุจริตของผู้เอาประกันภัย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.869 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.879

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยทั้ง ๕ สำนวนมีข้อความทำนองเดียวกันว่า โจทก์ได้เอาประกันอัคคีภัย ทรัพย์สินของโจทก์กับจำเลยทั้งห้า ต่อมาไฟไหม้ทรัพย์สินที่ประกันภัยไว้หมด จำเลยไม่ยอมใช้ค่าสินไหมทดแทน ขอให้ศาลบังคับให้จำเลยแต่ละสำนวนใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยทุกสำนวนให้การปฏิเสธในทำนองเดียวกัน ศาลชั้นต้พิจารณาคดีทั้ง ๕ สำนวนนี้รวมกัน และวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุมคดีไม่มีหลักฐานยืนยันว่าโจทก์วางเพลิงรายนี้ จำเลยแสดงไม่ได้ว่าทรัพย์สินวินาศไปไม่ถึงจำนวนในกรมธรรม์ จึงพิพากษาให้จำเลยแต่ละสำนวนใช้เงินแก่โจทก์ คือ ในคดีแดงที่ ๒๔๒๒/๒๕๐๖ เงิน ๔๙๓,๕๐๐ บาท คดีแดงที่ ๒๔๒๓,๒๔๒๕,๒๔๒๖/๒๕๐๖ สำนวนละ ๒๙๖,๑๐๐ บาท คดีแดงที่ ๒๔๒๔/๒๕๐๖ เงิน ๑๔๘,๐๕๐ บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี ตั้งแต่วันฟ้องจนชำระเสร็จ จำเลยทุกสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า พยานหลักฐานส่อว่าโจทก์มีแผนการร่วมในการวางเพลิงรายนี้ จำเลยไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ทุกสำนวน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สินค้าที่โจทก์ซื้อมาอ้างว่าราคาถึงล้านครึ่ง แต่ก่อนเพลิงไหม้โจทก์ก็ค้างค่าเช่าโกดังและไม่ชำระเบี้ยประกันภัยแก่บริษัทที่รับประกันภัยก่อนรายจำเลยนี้ จนบริษัทนั้นบอกเลิกสัญญาประกันภัย โจทก์ว่าเป็นลูกหนี้คนอื่นเอาเงินมาซื้อสินค้า แต่ก็มิได้นำคนอื่นนั้นมาสืบหรือแสดงหลักฐานให้เห็นว่า โจทก์มีฐานะเป็นที่เชื่อถือถึงขนาดได้รับความไว้วางใจให้กู้เงินได้มากมายเช่นนั้น เมื่อประกอบกับข้อนำสืบของจำเลยว่าสินค้าของโจทก์ในโกดังมีราคาน้อยกว่าที่โจทก์อ้างหลายเท่าแล้ว เห็นว่า คดีไม่น่าเชื่อว่าโจทก์จะมีสินค้าเต็มโกดังราคากว่าล้านบาทดังที่โจทก์อ้าง และเอาประกันภัยไว้ ถ้ามีสินค้าราคาถึงขนาดนั้น การเฝ้าระมัดระวังก็ควรมีมากยิ่งขึ้น แต่กลับปรากฏว่า พอมีคนรู้ว่าไฟไหม้ ไฟก็ไหม้โกดังจนดับไม่ได้ เพราะร้อนจนไม่สามารถเข้าไปใกล้แล้ว คนเฝ้าโกดังที่โจทก์ว่ามีกลับหายไปหาตัวไม่พบ คงมีอยู่แต่นายกิมฮงก็ว่าออกมานอนเสียนอกโกดัง เป็นข้อแสดงประการหนึ่งว่าไฟไหม้โกดังทั้งสองด้านอย่างรวดเร็วเกินกว่าคนจะสามารถดับได้ เป็นการยากที่จะคิดว่าเป็นไฟที่เกิดขึ้นเอง ไม่มีการแกล้งเผา ผู้ที่จะได้ประโยชน์ยิ่งใหญ่จากการที่ไฟไหม้สินค้าราคาไม่มากก็คือโจทก์ โดยอาศัยสัญญาประกันภัยเป็นจำนวนมากที่ทำไว้ในเวลาไม่ถึงเดือน ไม่มีเหตุที่จะฟังว่ามีผู้ใดอื่นก่อให้เกิดวินาศภัยขึ้นเพื่อประโยชน์ส่วนตัวเป็นอย่างอื่น ถึงแม้โจทก์จะไม่ถูกฟ้องเป็นคดีอาญา แต่พยานหลักฐานในคดีแพ่งมีน้ำหนักให้ศาลต้องฟังว่าวินาศภัยได้เกิดขึ้นเพราะความทุจริตของโจทก์ จำเลยไม่ต้องรับผิดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๗๙ ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1376 - 1380/2508 นายน้อย บุญเรือง โดยนางบุญโฮม บุญเรือง คู๋ความแทนที่ผู้มรณะ โจทก์ บริษัทประกันภัยสากล จำกัด จำเลย นายน้อย บุญเรือง โดยนางบุญโฮม บุญเรือง คู่ความแทนที่ผู้มรณะ โจทก์ บริษัทไชน่าอินชัวรันส์ จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายน้อย บุญเรือง โดยนางบุญโฮม บุญเรือง คู๋ความแทนที่ผู้มรณะ · จำเลย - บริษัทประกันภัยสากล จำกัด · โจทก์ - นายน้อย บุญเรือง โดยนางบุญโฮม บุญเรือง คู่ความแทนที่ผู้มรณะ · จำเลย - บริษัทไชน่าอินชัวรันส์ จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · มณี ชุติวงศ์ · เพรียง โรจนรัส
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายทำนอง ดิศวนนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 105/2525ฎีกา 1468/2521ฎีกา 1006/2503ฎีกา 7362/2557ฎีกา 2427/2527ฎีกา 35/2513ฎีกา 2779/2527ฎีกา 3622/2528ฎีกา 1742/2520ฎีกา 3728/2535ฎีกา 2208/2518ฎีกา 282/2567ฎีกา 999/2496ฎีกา 13383-13386/2557ฎีกา 2383/2539ฎีกา 2253/2565ฎีกา 757/2538ฎีกา 598/2537ฎีกา 2634/2536ฎีกา 8789/2559ฎีกา 6809/2539ฎีกา 312/2523ฎีกา 1111/2535ฎีกา 5852/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา