⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1403/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1403/2508

ป.อาญา ม.1, 4, 17 ฯลฯ · ป.พ.พ. ม.5, 119, 120 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การยอมความในความผิดอันยอมความได้ต้องกระทำภายหลังการกระทำความผิดเกิดขึ้นแล้ว และความยินยอมของผู้เสียหายให้กระทำการที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิด หากไม่ขัดต่อศีลธรรมอันดีและมีอยู่จนถึงขณะกระทำ จะเป็นข้อยกเว้นความผิดได้

ย่อคำพิพากษา

การยอมความในความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 35 วรรค 2 และ 39(2) นั้น เป็นการกระทำภายหลังที่ความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว มิใช่การที่จะกระทำกันไว้ล่วงหน้าก่อนการกระทำความผิด ข้อตกลงล่วงหน้าก่อนมีการกระทำความผิดจะถือเป็นการยอมความตามบทกฎหมายดังกล่าวไม่ได้ บุคคลจะตกลงกันไว้ก่อนว่าจะไม่ฟ้องคดีอาญา ถ้าหากจะมีการกระทำความผิดเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้านั้น ข้อตกลงนั้นหามีผลก่อให้เกิดหนี้ที่จะผูกพันคู่กรณีให้จำต้องงดเว้นไม่ฟ้องคดีอาญาเช่นว่านั้นแต่ประการใดไม่ เพราะอำนาจฟ้องคดีอาญาจะมีอยู่หรือไม่นั้น มิได้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายลักษณะหนี้ในทางแพ่งหากอยู่ภายในบังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาอีกส่วนหนึ่ง ข้อตกลงว่าจะไม่ฟ้องคดีอาญานั้น อาจถือเป็นความยินยอมให้กระทำการที่ตามปกติต้องด้วยบทบัญญัติว่าเป็นความผิดได้ มีหลักทั่วไปเป็นเหตุยกเว้นความผิดอาญาตามนัยฎีกาที่ 616/2482 และ 787/2483 ว่า ความยินยอมอันบริสุทธิ์ของผู้เสียหายให้ผู้ใดกระทำการที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดนั้น ถ้าความยินยอมนั้นไม่ขัดต่อความสำนึกในศีลธรรมอันดีและมีอยู่จนถึงขณะกระทำการอันกฎหมายบัญญัติว่า เป็นความผิดนั้นแล้ว ความยินยอมนั้นเป็นข้อยกเว้นมิให้การกระทำนั้นเป็นความผิดขึ้นได้ ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลย แม้ไม่ผูกพันโจทก์ให้ยินยอมอยู่เช่นนั้นตลอดไป แต่โจทก์ก็ได้ยินยอมให้จำเลยออกเช็คโดยจะไม่ฟ้องเป็นความผิดอาญา เป็นความยินยอมที่มีอยู่จนถึงขณะที่จำเลย+++++++ โดยรู้ว่าไม่มีเงินในธนาคารอันเป็นการกระทำโดยเจตนาที่+++++++ความผิดประการหนึ่งซึ่งจำเลยได้กระทำลงตามความยินยอม+++++ความผิดกรณีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ถือได้ว่าความ++++ผู้เสียหายในการกระทำฐานนี้ไม่ขัดต่อความสำนึกในศีลธรรมอันดี การกระทำที่โจทก์ฟ้องจึงไม่เป็นความผิดในทางอาญา (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 17/2508)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.4 ประมวลกฎหมายอาญา ม.17 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.5 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.119 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.120 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.194 พระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.2497 ม.3

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.35 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.39 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันออกเช็คธนาคารกรุงเทพจำกัด สั่งจ่ายเงิน ๑๕,๐๐๐ บาทแก่นายยูซุป ผู้เสียหาย ครั้งเช็คถึงกำหนดผู้เสียหายได้นำเข้าธนาคารไทยทนุ เพื่อเรียกเก็บเงิน ธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงิน เพราะจำเลยฝากเงินไว้ไม่พอจ่าย จำเลยเจตนาไม่ให้มีการใช้เงินตามเช็ค ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดอันเกิดจากการใช้เช็ค พ.ศ.๒๔๙๗ มาตรา ๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า การออกเช็คนี้คู่กรณีตกลงไม่เอาความอาญาต่อกัน เป็นข้อตกลงที่ไม่ขัดต่อกฎหมายและผู้เสียหายน่าจะรู้อยู่ก่อนแล้วว่า จะเป็นเช็คที่ไม่มีเงินจะไม่ดำเนินคดีอาญากัน พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ฟงัข้อเท็จจริงว่าผู้เสียหายกับจำเลยตกลงในขณะออกเช็คว่าจะฟ้องคดีแพ่งเกี่ยวกับเรื่องเช็คโดยไม่ดำเนินคดีอาญาในกรณีไม่มีเงินจ่ายตามเช็ค คดีเรื่องนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ การตกลงเช่นนั้นไม่ขัดต่อความสงบเรียบร้องของประชาชน จำเลยไม่มีความผิด พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลชั้นต้นรับเฉพาะข้อกฎหมาย ศาลฎีกาวินิจฉัยฎีกาโจทก์ข้อที่ว่าศาลอุทธรณ์ตีความในสัญญาที่คู่กรณีตกลงกันไม่ถูกต้องนั้นแล้ว เห็นพ้องกับศาลอุทธรณ์ว่า นายยูซุปได้ตกลงกับจำเลยว่าจะไม่ฟ้องคดีอาญาเกี่ยวกับเรื่องเช็คไม่มีเงิน และประชุมปรึกษาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การยอมความในความผิดอันยอมความได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๓๕ วรรค ๒ และ ๓๙(๒) นั้น เป็นการกระทำภายหลังที่ความผิดได้เกิดขึ้นแล้ว มิใช่การที่จะกระทำกันไว้ล่วงหน้าก่อนการกระทำผิด ข้อตกลงล่วงหน้าก่อนมีการกระทำผิดจะถือเป็นการยอมความตามบทกฎหมายดังกล่าวแล้วไม่ได้ และบุคคลจะตกลงกันไว้ก่อนว่าจะไม่ฟ้องคดีอาญา ถ้าหากจะมีการกระทำผิดเกิดขึ้นต่อไปข้างหน้านั้น ข้อตกลงนั้นก็หามีผลก่อให้เกิดหนี้ที่จะผูกพันคู่กรณีให้จำสต้องงดเว้นไม่ฟ้องคดีอาญาเช่นว่านั้นแต่ประการใดไม่ เพราะอำนาจฟ้องคดีอาญาจะมีอยู่หรือไม่นั้น มิได้อยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายลักษณะหนี้ในทางแพ่ง หากอยู่ภายใต้บังคับของกฎหมายว่าด้วยวิธีพิจารณาความอาญาอีกส่วนหนึ่ง แต่อย่างไรก็ดี ข้อตกลงว่าจะไม่ฟ้องคดีอาญานั้น อาจถือเป็นความยินยอมให้กระทำการที่ตามปกติต้องด้วยบทบัญญัติว่าเป็นความผิดได้มีหลักกฎหมายทั่วไปเป็นเหตุยกเว้นความผิดอาญาอยู่ตามฎีกาที่ ๖๑๖/๒๔๘๒ และ ๗๘๗/๒๔๘๓ ว่าความยินยอมอันบริสุทธิ์ของผู้เสียหายให้ผู้ใดกระทำการที่กฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดนั้น ถ้าความยินยอมนั้นไม่ขัดต่อความสำนึกในศีลธรรมอันดี และมีอยู่จนถึงขณะกระทำการอันกฎหมายบัญญัติว่าเป็นความผิดนั้นแล้ว ความยินยอมนั้นย่อมเป็นข้อยกเว้นมิให้การกระทำนั้นเป็นความผิดขึ้นได้ คดีนี้ ข้อตกลงระหว่างโจทก์จำเลยดังได้ความว่า ถึงแม้จะไม่ผูกพันโจทก์ให้ยินยอมอยู่เช่นนั้นตลอดไป แต่โจทก์ได้ยอมให้จำเลยออกเช็คโดยจะไม่ฟ้องเป็นความผิดอาญา เป็นความยินยอมที่มีอยู่จนถึงขณะที่จำเลยออกเช็คโดยรู้ว่าไม่มีเงินในธนาคารอันเป็นการกระทำโดยเจตนาที่เป็นองค์ความผิดประการหนึ่งซึ่งจำเลยได้กระทำ+++ยินยอมของโจทก์ ความผิดในกรณีนี้เป็นความผิดอันยอมความได้ ถือได้ว่าความยินยอมของ+++การกระทำฐานนึ้ ไม่ขัดต่อความสำนึกในศีลธรรมอันดีแต่ประการใด การกระทำที่โจทก์++ ความผิดในทางอาญา พิพากษายืน ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1403/2508 พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยไทยชาญ โดยนายประพัฒน์ พันธ์วิชาญ หุ้นส่วนผู้ จัดการ ที่ 1 นายประพัฒน์ พันธ์วิชาญ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · หุ้นส่วนผู้ - ห้างหุ้นส่วนจำกัดโรงเลื่อยไทยชาญ โดยนายประพัฒน์ พันธ์วิชาญ · จำเลย - จัดการ ที่ 1 นายประพัฒน์ พันธ์วิชาญ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จิตติ ติงศภัทิย์ · มณี ชุติวงศ์ · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายเฉลิม สถิตย์ทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1342/2509ฎีกา 2834/2527ฎีกา 2409/2551ฎีกา 19406/2555ฎีกา 3099/2524ฎีกา 1079/2497ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 831/2532ฎีกา 2610/2538ฎีกา 2635/2527ฎีกา 960/2485ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1250/2517ฎีกา 4903/2562ฎีกา 590/2521ฎีกา 4344/2561ฎีกา 8727/2544ฎีกา 2083/2539ฎีกา 414/2515ฎีกา 3325/2531ฎีกา 2658/2521ฎีกา 827/2560
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา