คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1461/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดเป็นหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะใช้ดุลพินิจเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุด การขายล่าช้าไปบ้างหรือการขายไม่ผิดระเบียบ ไม่เป็นเหตุให้ลูกหนี้ขอให้ศาลสั่งทำการขายใหม่ได้
ย่อคำพิพากษา
การขายทอดตลาดทรัพย์ที่ยึดของลูกหนี้ตามคำพิพากษานั้น ไม่ใช่หน้าที่ของโจทก์หรือผู้แทนโจทก์เพราะเป็นเรื่องอยู่ในหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะทำการขายตามประกาศ โดยใช้ดุลพินิจในการขายเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ ฉะนั้น การขายที่ล่าช้าไปกว่ากำหนดตามประกาศไปบ้าง ย่อมจะปรับให้เป็นความผิดแก่โจทก์ไม่ได้ และเมื่อไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานได้ทำการขายผิดระเบียบแล้ว จำเลยซึ่งเป็นลูกหนี้ก็ไม่มีสิทธิที่จะขอให้ศาลสั่งทำการขายใหม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ มูลเดิมเนื่องมาจากจำเลยไม่ชำระหนี้ไถ่ถอนการจำนองให้โจทก์ตามคำพิพากษาและคำบังคับของศาล โจทก์จึงนำยึดที่ดินที่จำเลยจำนองไว้กับโจทก์เพื่อขายทอดตลาดเอาเงินชำระหนี้ ต่อมาจำเลยยื่นคำร้องว่าที่ดินที่ยึดถูกขายทอดตลาดไปแล้วในราคาต่ำและขายล่วงเลยเวลาประกาศเป็นการมิชอบ ขอให้ศาลสั่งว่าการขายทอดตลาดรายนี้เป็นโมฆะ และทำการขายใหม่
โจทก์คัดค้านว่าซื้อโดยสุจริตและชอบด้วยกฎหมาย
ศาลชั้นต้นเห็นว่ายังไม่มีเหตุอันจะทำให้ถึงแก่มีการขายทอดตลาดใหม่ให้ยกคำร้องของจำเลย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในเอกสารหมาย ก. ปรากฏว่าผู้แทนโจทก์กลับจากศาลแพ่งมานำขายเวลา ๑๐.๐๐ น. เศษเท่าใดไม่ปรากฏ และในเอกสารหมาย ข. ปรากฏว่าผู้แทนโจทก์กลับมากองหมายเมื่อ ๑๐.๐๕ น. ฟังได้ว่าเจ้าพนักงานได้เริ่มทำการขายแต่เวลา ๑๐.๑๕ น. ช้ากว่ากำหนดตามประกาศไป ๔๕ นาที เห็นว่าการขายทอดตลาดไม่ใช่หน้าที่ของโจทก์หรือผู้แทนโจทก์ ฉะนั้น การขายที่ล่าช้าไปกว่ากำหนดตามประกาศ จะปรับให้เป็นความผิดแก่โจทก์ย่อมไม่ได้ เป็นเรื่องอยู่ในหน้าที่ของเจ้าพนักงานบังคับคดีที่จะทำการขายตามประกาศโดยใช้ดุลพินิจในการขายเพื่อให้ได้ราคาดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ การที่ขายล่าช้าไป ๔๕ นาทีนั้น เมื่อได้พิจารณาประกอบกับข้อที่ปรากฏว่าขณะนั้นมีคนฟังการขาย ๘ คน แม้จะมีผู้สู้ราคาเพียง ๔ คนก็ตาม ก็ไม่ปรากฏว่า เจ้าพนักงานได้ทำการขายผิดระเบียบแต่อย่างใด ทั้งจำเลยก็มิได้ไปดูแลในการขาย แสดงว่าไม่ระมัดระวังผลประโยชน์ของตน ส่วนในเรื่องราคาที่ดินที่ขายที่จำเลยอ้างว่าต่ำไปนั้น จำเลยก็เพียงแต่กล่าวมาในคำร้องเท่านั้น มิได้นำสืบให้เห็๋นว่าราคาที่ดินที่ขายทอดตลาดไปนั้นมีราคาแท้จริงไร่ละเท่าใด ในอันที่จะเปรียบเทียบกับราคาที่เจ้าพนักงานขายว่าต่ำไปมากน้อยเท่าใดหรือไม่ ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1461/2508
นายเล็ก เคียงศิริ โจทก์
นางสาวบรรเจิด วัฒนเสวี ที่ 1 นายชวัติ วัฒนเสวี ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเล็ก เคียงศิริ · จำเลย - นางสาวบรรเจิด วัฒนเสวี ที่ 1 นายชวัติ วัฒนเสวี ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ พานิชอัตรา · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายพันธ์ นัยวิฑิต · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา