คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลมีคำวินิจฉัยในประเด็นข้อพิพาทโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันในคดีก่อนและคดีนี้ ถือเป็นฟ้องซ้ำ ต้องห้ามตามกฎหมาย
ย่อคำพิพากษา
แม้โจทก์จำเลยในคดีนี้จะเป็นจำเลยเป็นโจทก์ในคดีก่อนก็ตาม แต่เมื่อคู่ความในคดีก่อนและคดีนี้เป็นคู่ความเดียวกัน และศาลมีข้อวินิจฉัยในประเด็นโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์ในคดีนี้ก็เป็นฟ้องซ้ำ จะรื้อฟื้นมาฟ้องอีกไม่ได้ ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 148
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยจดทะเบียนสิทธิการเช่าที่ดินตามคำมั่น
จำเลยสู้ว่าโจทก์ฟ้องซ้อนกับคดีเรื่องอื่น ผู้รับมอบอำนาจจากจำเลย กระทำโดยปราศจากอำนาจและเกินขอบอำนาจ คำมั่นสิ้นผลแล้ว
ต่อมาคดีที่ฟ้องกันอยู่ก่อนศาลฎีกาได้พิพากษาแล้ว และโจทก์จำเลยรับกันว่าสัญญาเช่าที่ดินแผนที่สังเขป หนังสือขอต่อสัญญาเช่าที่ดิน หนังสือให้คำมั่นท้ายฟ้องคดีนี้ เป็นเอกสารที่เป็นประเด็นโต้เถียงกันในคดีก่อน
ศาลชั้นต้นสั่งงดสืบพยานแล้วพิพากษาว่าโจทก์ฟ้องคดีถึงที่สุดไปแล้ว จึงเป็นการฟ้องซ้ำยกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า คดีก่อนและคดีนี้คู่ความเดียวกัน และศาลมีข้อวินิจฉัยในประเด็นโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์ในคดีนี้ จึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๘ จะรื้อฟื้นมาฟ้องอีกไม่ได้
พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1469/2508
นายเตี๊ยกฮู แซ่จิว โจทก์
พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธิสิริโสภา พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเตี๊ยกฮู แซ่จิว · พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าวรานนท์ธวัช - พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าสุทธิสิริโสภา |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ไฉน บุญยก · จิตติ ติงศภัทิย์ · วงษ์ วีระพงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเพี้ยง บุญรักษา · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม วรรณแสง |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา