⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1495/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1495/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแสดงข้อความอันเป็นเท็จเพื่อหลอกลวงเอาทรัพย์สินไปโดยทุจริต เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ไม่ใช่การกู้ยืมเงินตามธรรมดา การทำเอกสารราชการปลอมและนำไปใช้โดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอม เป็นความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยทำบันทึกว่าถูกผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไปราชการต่างจังหวัด ซึ่งไม่เป็นความจริง และขอยืนเงินทดรองราชการ ได้เขียนเตรียมไว้ให้ผู้บังคับบัญชาเซ็น และมีลายเซ็นปลอมของผู้บังคับบัญชาจนจำเลยสามารถเบิกเงินของกรมตำรวจไปได้ เป็นการหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและโดยทุจริต ไม่ใช่เป็นการกู้ยืนเงินตามธรรมดา การที่จำเลยอ้างว่าผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไปราชการต่างจังหวัด และทำหนังสือขอยืมเงินทดรองราชการ ได้ทำบันทึกเสนอผู้บังคับบัญชาเพื่อสั่งอนุมัติ ผู้บังคับบัญชาลำดับสูงและเจ้าหน้าที่การเงินก็ได้สั่งอนุมัติ และจ่ายเงินทดรองราชการให้ตามที่จำเลยเสนอมา เอกสารดังกล่าวเป็นเอกสารราชการ เมื่อจำเลยทำบันทึกเสนอให้ยืมเงินทดรองราชการ ข้อความที่เขียนไว้ให้ผู้บังคับบัญชาเซ็น และมีลายเซ็นของผู้บังคับบัญชาจึงเป็นเอกสารราชการปลอม เมื่อจำเลยนำไปใช้โดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอม ย่อมมีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑-๒ เป็นตำรวจสันติบาล จำเลยที่ ๑ มีหน้าที่เป็นเสมียนประมวลข่าวชายแดน จำเลยที่ ๒ มีหน้าที่สืบสวนพฤติการณ์ของบุคคลทางการเมือง จำเลยทั้งสองได้ร่วมกันทำบันทึกแสดงข้อความเท็จหลอกลวงผู้บังคับบัญชาให้จำเลยที่ ๑ ไปสืบสวนพฤติการณ์บุคคลทางการเมืองในเขตท้องที่จังหวัดนครศรีธรรมราช จำเลยมีความจำเป็นยืมเงินทดรองราชการเพื่อนำไปใช้จ่ายเป็นค่าเบี้ยเลี้ยงค่าที่พักโรงแรม และค่าพาหนะมีกำหนด ๓๐ วัน รวม ๒,๓๘๐ บาท ซึ่งความจริงจำเลยมิได้รับคำสั่ง บันทึกดังกล่าว จำเลยที่ ๑ ได้บันทึกลงในเอกสารราชการที่มีลายเซ็นของพันตำรวจโทสุพร ณ ระนอง ผู้บังคับบัญชาจำเลยที่ ๑ ในขณะที่เป็นผู้ทำการแทนผู้กำกับการสันติบาล ๑ ปลอม โดยได้เขียนข้อความสวมลายเซ็น สุพร ณ ระนอง ปลอมลงไปว่า เสนอ รอง ผงก.ส. เพื่อโปรดนำเสนอ กง.ตร. ให้ยืมเงินทดรองไปราชการได้ จำเลยที่ ๒ ได้เขียนข้อความลงในเอกสารราชการซึ่งมีลายเซ็นปลอมดังกล่าวต่อไปว่าเสนอ ผบช.ก โปรดนำเสนอ กง. ตร. ให้ยืมเงินทดรองไปราชการได้ ทั้งนี้ เพื่อให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาสั่งเสนอจนถึงหัวหน้ากองการเงินกรมตำรวจเพื่ออนุมัติจ่ายเงิน จำเลยร่วมกันเสนอเอกสารต่อพันตำรวจเอกชุมพล โลหะชาละ พันตำรวจเอก ขุมพล โลหะชาละ หลงเชื่อจึงเซ็นลงนามแล้ว เสนอไปจนถึงพันตำรวจเอกประวิทย์ ไชยลาโภ รองหัวหน้ากองการเงินกรมตำรวจ พันตำรวจเอกประวิทย์หลงเชื่อ จึงได้จ่ายเงินทดรอง ๒,๓๘๐ บาท ให้แก่สิบตำรวจเอกสนุ่น คุ้มทรัพย์ รับมอบส่งให้แก่จำเลย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗,๒๖๘,๓๔๑,๘๓ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๖๘ ประกอบกับมาตรา ๒๖๕ และ ๓๔๑ ให้จำคุกคนละ ๑ ปี จำเลยรับสารภาพ ลดให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๖ เดือน จำเลยที่ ๒อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาในปัญหาข้อกฎหมาย ๒ ข้อ คือ (๑) การยืมเงินทดรองราชการรายนี้ เป็นการกู้ยืมเงินกันตามธรรมดาโดยทั่วไประหว่างจำเลยที่ ๑ กับเจ้าหน้าที่กองการเงินกรมตำรวจ ไม่มีใครเสียหาย จำเลยที่ ๒ ไม่มีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า การที่จำเลยที่ ๑ จะได้รับเงินจากกรมตำรวจ ได้มีการทำบันทึก จำเลยที่ ๑ เซ็นชื่อเป็นข้อความว่า จำเลยที่ ๑ ถูกผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไปราชการต่างจังหวัด จึงขอยืมเงินทดรอง ในบันทึกนี้มีข้อความซึ่งจำเลยที่ ๑ เขียนว่า เสนอรอง ผบก.ส. เพื่อนำเสนอ กง.ตร. ให้ยืมเงินทดรองไปราชการได้ ข้อความนี้เขียนเตรียมไว้ให้พันตำรวจโทสุพรเซ็นและปรากฏว่ามีลายเซ็นปลอมของพันตำรวจโทสุพรอยู่ในช่องดังกล่าว พฤติการณ์ที่จำเลยได้ทำมาโดยตลอดจนสามารถเบิกเอาเงินของกรมตำรวจไปได้นั้น เป็นการหลอกลวงด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จและโดยทุจริต การกระทำดังกล่าวจึงไม่ใช่การกู้ยืมกันตามธรรมดาทั่วๆ ไป แต่เป็นการหลอกลวงว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับคำสั่งผู้บังคับบัญชาให้ไปราชการต่างจังหวัด อันเป็นเหตุให้มีสิทธิขอยืมเงินทดรองราชการได้ซึ่งไม่ใช่ความจริง และได้บันทึกลงในเอกสารหมาย จ.๑ ที่มีลายเซ็นของพันตำรวจโทสุพร ณ ระนอง ปลอมว่า เสนอ รอง ผบก.ส. เพื่อนำเสนอ กง.ตร. ให้ยืมเงินทดรองไปราชการได้ พันตำรวจเอกชุมพลหลงเชื่อจึงได้ลงนาม แล้วเสนอตามระเบียบจนถึงพันตำรวจเอกประวิทย์ พันตำรวจเอกประวิทย์ หลงเชื่อจึงได้จ่ายเงินทดรองดังกล่าวให้ไป การกระทำดังกล่าวย่อมเสียหายแก่พันตำรวจโทสุพร พันตำรวจเอกชุมพล พันตำรวจเอกประวิทย์ และกรมตำรวจ ย่อมเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ (๒) จำเลยฎีกาว่า เอกสารของกลางไม่ใช่เอกสารทีจำเลยได้ทำขึ้นในหน้าที่ จึงไม่ใช่เอกสารราชการ ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยที่ ๑ เป็น ตำรวจสันติบาล ผู้บังคับบัญชาอาจสั่งให้ไปราชการต่างจังหวัดได้ ถ้าเป็นความจริง จำเลยที่ ๑ ก็มีสิทธิขอยืมเงินทดรองราชการได้ ฉะนั้น การที่จำเลยที่ ๑ อ้างเท็จว่าผู้บังคับบัญชาสั่งให้ไปราชการต่างจังหวัด และทำหนังสือขอยืมเงินทดรองราชการ และได้บันทึกเสนอให้ยืมเงินทดรอง ข้อความนี้เขียนเตรียมไว้ให้ และปรากฏว่ามีลายเซ็นปลอมของพันตำรวจโทสุพรอยู่ในช่องดังกล่าว และยังได้นำเสนอต่อพันตำรวจเอกชุมพล ในตำแหน่งรองผู้บังคับการตำรวจสันติบาลและพันตำรวจเอกประวิทย์รองหัวหน้ากองการเงินกรมตำรวจ เพื่อสั่งอนุมัติ ผู้บังคับบัญชาลำดับสูงและเจ้าหน้าที่การเงินก็สั่งอนุมัติ และจ่ายเงินทดรองราชการให้ตามที่จำเลยเสนอ เอกสารดั่งกล่าวเป็นเอกสารในราชการกรมตำรวจซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นในหน้าที่ราชการ จึงเป็นเอกสารราชการตามความหมาย ของประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑(๘) เมื่อจำเลยที่ ๑ ได้ทำบันทึกว่าเสนอ รองผบก.ส. เพื่อนำเสนอ กง.ตร. ให้ยืมเงินทดรอง ข้อความนี้เขียนเตรียมไว้ให้พันตำรวจโทสุพรเซ็นและมีลายเซ็นปลอมของพันตำรวจโทสุพร เอกสารเฉพาะข้อความตอนนี้จึงเป็นเอกสารราชการปลอม เมื่อจำเลยนำไปใช้โดยรู้ว่าเป็นเอกสารปลอมจำเลยย่อมมีความผิดฐานใช้เอกสารราชการปลอม พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1495/2508 อัยการ กรมอัยการ โจทก์ พลตำราจปลอดภัย ซุ่นเซ่ง ที่ 1 สิบตำรวจเอกบุญลอย ภักดี ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - พลตำราจปลอดภัย ซุ่นเซ่ง ที่ 1 สิบตำรวจเอกบุญลอย ภักดี ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายผล พิทักษ์พล · ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 2303/2518ฎีกา 599/2532ฎีกา 6196/2534ฎีกา 3911/2568ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 16889/2555ฎีกา 6863/2543ฎีกา 831/2532ฎีกา 581/2527ฎีกา 693/2526ฎีกา 1813/2531ฎีกา 15230/2555ฎีกา 10552/2553ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536ฎีกา 954/2502ฎีกา 183/2526
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา