⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1619/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1619/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำความผิดอาญาสำเร็จแล้ว การดำเนินการทางแพ่งภายหลังไม่ทำให้ความผิดอาญาหมดไป

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยร่วมกันแสดงข้อความอันเป็นเท็จเป็นเหตุให้ได้เงินยืมของทางราชการไป อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญาโดยครบถ้วนแล้ว การที่จำเลยทำสัญญายืมเงินให้กรมตำรวจไว้ตามระเบียบ ตลอดจนเมื่องเรื่องปรากฏความจริงขึ้น และจำเลยมิได้ส่งใช้เงินคืนกรมตำรวจ กรมตำรวจจึงได้หักเงินเดือนจำเลยใช้เงินยืม ก็เป็นเรื่องภายหลังการที่หลอกลวงได้รับเงินยืมสำเร็จไปก่อนแล้ว เมื่อเรื่องปรากฏความจริงขึ้นภายหลัง กรมตำรวจจึงถือปฏิบัติไปตามสัญญายืมอันเป็นความรับผิดที่จำเลยมีอยู่ในทางแพ่งควบคู่กับความรับผิดทางอาญา หาทำให้การที่จำเลยร่วมกระทำผิดทางอาญากลับไม่เป็นความผิดไปอีกไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.341

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมฟ้องว่า จำเลยที่ ๑,๒ เป็นตำรวจสันติบาล จำเลยที่ ๑ ไมีมีหน้าที่สืบสวนพฤติการณ์ของบุคคลแต่อย่างใด ส่วนจำเลยที่ ๒ ทำหน้าที่สืบสวนพฤติการณ์ของบุคคลทางการเมือง จำเลยทั้งสองร่วมกันทำบัทึกเสนอ โดยจำเลยที่ ๑ ลงชื่อเสนอรองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล มีใจความว่า ตามคำสั่งรองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล ให้จำเลยที่ ๑ ไปทำการสืบสวนพฤติการณ์ของบุคคลทางการเมือง จำเลยที่ ๑ จำเป็นที่จะขอยืมเงินทดรองราชการเพื่อใช้จ่ายเป็นเบี้ยเลี้ยง ฯลฯ มีกำหนด ๓๐ วัน รวมเป็นเงิน ๒,๓๘๐ บาท จำเลยที่ ๒ เขียนเสนอบันทึกเพิ่มเติมว่า "และจะออกเดินทางในวันที่ ๑๕ มิถุนายน ๒๕๐๖" แล้วจำเลยทั้งสองร่วมกันใช้เอกสารสิทธิ์อันเป็นเอกสารราชการตามสำเนาเอกสาร หมาย ก. ไปยื่นหลอกลวงเสนอต่อพันตำรวจเอกบัณฑิต ภีมะโยธิน รองผู้บังคับการตำรวจสันติบาล ด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จำเลยที่ ๑ จะขอยืมเงินทดรองราชการ ความจริงจำเลยที่ ๑ หาได้มีหน้าที่ออกสืบสวนพฤติการณ์ของบุคคล และมิได้รับคำสั่งดังกล่าว พันตำรา เอกบัณฑิตหลงเชื่อจึงได้เสนอเอกสารตามสำหนาหมาย ก. ไปตามลำดับชั้นเพื่อขออนุมัติจ่ายเงิน ๒,๓๘๐ บาท พันตำรวจเอกประวิทย์รองหัวหน้ากองการเงินกรมตำรวจ จึงได้อนุมัติให้จ่ายเงิน ๒,๓๘๐ บาทให้แก่จำเลยที่ ๒ รับไปส่งให้แก่จำเลยที่ ๑ ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗,๓๔๑,๘๓ ฯลฯ ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยทำการตามฟ้องจริง แต่เห็นว่าจำเลยที่ ๑ ไม่มีหน้าที่ไปราชการ และผู้บังคับบัญชาไม่ได้สั่งให้ไป ไม่เป็นผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๑๕๗ แต่เป็นผิดตามมาตรา ๓๔๑ พิพากษาว่าจำเลยมีผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑,๘๓ ให้จำคุกคนละ ๒ ปี ให้จำเลยคืนเงินที่ขาด จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า พฤติการณ์ของคดีนี้เป็นเรื่องผิดสัญญารับรองการยืมเงินอันเป็นความรับผิดทางแพ่ง ไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ศาลฎีกาถือข้อเท็จจริงที่ศาลอุทธรณ์ฟังมาตามฟ้อง เห็นว่าเป็นการที่จำเลยทั้งสอง ได้ร่วมกันแสดงข้อความอันเป็นเท็จ หลอกลวงผู้อื่นโดยทุจริต เป็นเหตุให้ได้เงินยืม ๒,๓๘๐ บาท ของกรมตำรวจไป อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๔๑ โดยครบถ้วนแล้ว การที่จำเลยได้ทำสัญญายืมให้กรมตำรวจไว้ตามระเบียบ ตลอดจนเมื่อเรื่องปรากฏความจริงขึ้น และจำเลยมิได้ส่งใช้เงินคืนกรมตำรวจ กรมตำรวจจึงได้หักเงินเดือนของจำเลยใช้เงินยืม จนเหลืออีกประมาณ ๑,๘๐๐ บาท จำเลยก็ต้องคดีนี้เสีย ไม่มีเงินเดือนที่จะหักใช้นั้น ก็เป็นเรื่องภายหลังที่การหลอกลวงได้รับเงินยืมสำเร็จไปก่อนแล้ว เมื่อเรื่องปรากฏความจริงขึ้นภายหลัง กรมตำรวจจึงถือปฏิบัติไปตามสัญญายืมอันเป็นความรับผิดที่จำเลยมีอยู่ในทางแพ่งควบคู่กับความรับผิดทางอาญา หาได้ทำให้การที่จำเลยทั้งสองได้ร่วมกระทำผิดทางอาญากลับไม่เป็นความผิดไปอีกไม่ การที่ได้รับเงินยืมตามสัญญายืมนั้น เป็นผลสำเร็จของความผิดที่จำเลยกล่าวเท็จหลอกลวง พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1619/2508 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ พลตำรวจเตียน จันทรศรี ที่ 1 สิบตำรวจเอกบุญลอย ภักดี ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · จำเลย - พลตำรวจเตียน จันทรศรี ที่ 1 สิบตำรวจเอกบุญลอย ภักดี ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายศวิต สมหวัง · ศาลอุทธรณ์ - นายพันธ์ นัญวิฑิต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6575/2541ฎีกา 101/2564ฎีกา 13043/2557ฎีกา 1279/2517ฎีกา 16/2510ฎีกา 1852/2547ฎีกา 3327/2532ฎีกา 787/2532ฎีกา 7264/2543ฎีกา 255/2529ฎีกา 609/2536ฎีกา 1035/2540ฎีกา 3029/2540ฎีกา 18043/2555ฎีกา 2593/2521ฎีกา 9663/2554ฎีกา 725/2567ฎีกา 5255/2540ฎีกา 915/2566ฎีกา 1428-1429/2545ฎีกา 5219/2531ฎีกา 2303/2518ฎีกา 2410/2523ฎีกา 599/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา