⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 181/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองที่ดินที่ได้มาโดยการจับจองและแผ้วถางปลูกผลอาสิน ถือเป็นการครอบครองปรปักษ์ตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 ซึ่งมีอายุความ 10 ปี

ย่อคำพิพากษา

เดิมผู้มีชื่อได้ขอจับจองที่ดินและได้รับใบเหยียบย่ำเมื่อปี 2469 ต่อมาได้โอนที่ดินให้โจทก์เมื่อปี 2472 เจ้าพนักงานอำเภอได้บันทึกไว้ในใบเหยียบย่ำ เมื่อโจทก์ได้รับโอนมาแล้วก็แผ้วถางปลูกผลอาสินลงทั่วพื้นที่ทั้งหมด ดังนี้ ที่พิพาทจึงเป็นที่สวนการแย่งการครอบครองจึงต้องถืออายุความ 9 ปี 10 ปี ตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ 42 จำเลยเพิ่งโต้แย้งสิทธิโจทก์เพียง 1 ปี สิทธิของโจทก์จึงยังไม่เสียไป

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อปี ๒๔๗๒ โจทก์ได้รับโอนที่ดินจากนายบ้วน แซ่โกหรือบ้วนวงศ์ ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบเหยียบย่ำในปี ๒๔๖๙ จำเลยทั้ง ๕ สมคบกันบุกรุกที่ของโจทก์และเข้าเก็บดอกผลด้วย ขอให้ศาลสั่งห้ามจำเลยและบริวารมิให้เข้าเกี่ยวข้องขัดขวางสิทธิของโจทก์ และให้จำเลยร่วมกันชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยได้ครอบครองที่พิพาทโดยพฤติการณ์ที่เป็นปรปักษ์ต่อโจทก์มาเป็นเวลาถึง ๑๗ ปีเศษแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่าจำเลยได้โต้แย้งสิทธิโจทก์มาเกิน ๑ ปีแล้ว โจทก์เพิ่งมาฟ้องเรียกคืนการครอบครอง คดีโจทก์จึงขาดอายุความตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทแทนโจทก์ และเห็นว่าแม้จะเป็นการแย่งการครอบครอง ที่พิพาทมีสภาพเป็นที่สวนก่อนปี ๒๔๗๕ การแย่งการครอบครองต้องใช้อายุความเสียสิทธิถึง ๙ ปี ๑๐ ปี จำเลยเพิ่งแย่งกาารครอบครองได้เพียงปีเศษเท่านั้น สิทธิโจทก์ยังไม่เสียไป จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ถือว่าโจทก์ยังคงมีสิทธิเหนือที่พิพาทกอยู่ จำเลยทั้ง ๕ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงว่า เดิมที่ดินแปลงพิพาท นายบ้วน แซ่โกหรือบ้วนวงศ์เป็นผู้ขอจับจองและได้รับใบเหยียบย่ำเมื่อปี ๒๔๖๙ มีเนื้อที่ประมาณ ๕๐ ไร่ นายบ้วนได้แผ้วถางหมดทั้งแปลงและปลูกมะพร้าวไว้ตอนนกลาง ๆ ประมาณ ๑๐ ไร่ ในปี ๒๔๗๒ นายบ้วนได้โอนให้แก่โจทก์ ทำการโอนต่อหน้าพนักงานอำเภอ พนักงานอำเภอได้บันทึกไว้ในใบเหยียบย่ำ เมื่อโจทก์ได้รับโอนมาแล้วก็แผ้วถางปลูกผลอาสินทั่วพื้นที่ทั้งหมด และได้แบ่งที่บางส่วนให้ผู้อื่นทำบ้าง ในราวปี ๒๔๘๒ นายโขกหรือโคก ทองปาน สามีจำเลยที่ ๑ บิดาจำเลยที่ ๒, ๓ และ ๔ และเป็นพ่อตาจำเลยที่ ๕ ได้บุกรุกเข้าไปปลูกมะพร้าวและผลอาสินทางตอนใต้สุดของที่ดิน โจทก์ร้องเรียนทางอำเภอ ๆ ได้เปรียบเทียบและบันทึกว่าที่เป็นของโจทก์ เมื่อนายโขกแพ้แล้วได้ขออาศัยเก็บกินในที่พิพาทจนกระทั่งตายไปเมื่อปี ๒๔๘๔ ฉะนั้น การที่จำเลยที่ ๑ ซึ่งเป็นภรรยากับจำเลยอื่นที่เป็นบุตรชายบุตรเขยนายโขกได้ครอบครองเก็บดอกผลในที่พิพาทต่อมา จึงตกอยู่ในฐานะอาศัยสิทธิโจทก์เช่นเดียวกับนายโชก โจทก์ได้แผ้วถางปลูกมะพร้าวและผลอาสินลงทั่วพื้นที่ทั้งหมดตั้งแต่ได้รับโอนที่จากนายบ้วน ที่พิพาทจึงมีสภาพเป็นที่สวนมาตังแต่ครั้งนั้นแล้ว ฉะนั้นการแย่งการครอบครองจึงต้องถืออายุความ ๙ ปี ๑๐ ปี ตามกฎหมายลักษณะเบ็ดเสร็จ บทที่ ๔๒ แต่ปรากฏว่าจำเลยเพิ่งโต้แย้งสิทธิโจทก์เป็นเวลาเพียงปีเศษเท่านั้น สิทธิของโจทก์จึงยังไม่เสียไป พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ยกฎีกาจำเลย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 181/2508 ขุนอนันตคีรี โจทก์ นายหนุ้ยนุ้ย ทองปาน ที่ ๑ กับพวกรวม ๕ คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ขุนอนันตคีรี · จำเลย - นายหนุ้ยนุ้ย ทองปาน ที่ ๑ กับพวกรวม ๕ คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจน เวชศิลป์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี - นายปรานอม มหรรณพ · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม หัตภิมย์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3089/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1153/2501ฎีกา 6405/2550ฎีกา 7619/2543ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7706/2548ฎีกา 2938/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 5051/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1575/2531ฎีกา 2923/2535ฎีกา 7546/2542ฎีกา 178/2485ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 344/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา