⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 296/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2508

ป.พ.พ. ม.349, 425, 452 ฯลฯ

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รายงานกระบวนพิจารณาของศาลที่คู่ความแถลงรับและลงลายมือชื่อ ถือเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความที่ระงับมูลละเมิดเดิมได้

ย่อคำพิพากษา

สัญญาที่จำเลยผู้ละเมิดทำให้ไว้แก่โจทก์ซึ่งเป็นผู้เสียหายเพื่อระงับข้อพิพาท โดยโจทก์มิได้ตกลงด้วยนั้น ยังหาใช่สัญญาประนีประนอมยอมความไม่ แต่ในชั้นพิจารณา ถ้าจำเลยแถลงต่อศาลโดยอ้างถึงสัญญานี้ และโจทก์ก็ได้แถลงรับ ทั้งขอให้จำเลยปฏิบัติตามสัญญา แล้วต่างลงลายมือชื่อไว้ในรายงานกระบวนพิจารณาของศาลด้วย รายงานกระบวนพิจารณานี้จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความอันเป็นผลให้มูลละเมิดซึ่งมีอยู่ระงับสิ้นไป โจทก์จึงย่อมจะมาฟ้องจำเลยในมูลละเมิดเดิมอีกไม่ได้ ได้แต่ฟ้องตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ทำกันไว้เท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.452 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.856 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1112

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.349 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.425 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.452 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๒ - ๓ และ ๔ ได้เข้าเป็นหุ้นส่วนสามัญ ซื้อรถยนต์บรรทุกเพื่อรับส่งคนโดยสาร หากำไรแบ่งกัน และจ้างจำเลยที่ ๑ เป็นคนขับ จำเลยที่ ๑ ขับรถโดยประมาทเบียดรถยนต์โจทก์ตกถนน เป็นเหตุให้โจทก์ได้รับบาดเจ็บ ศาลได้พิพากษาลงโทษจำคุกจำเลยที่ ๑ มีกำหนด ๙ เดือน จึงขอให้จำเลยร่วมกันรับผิดต่อโจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสี่ให้การปฏิเสธต่อสู่คดี ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง เพราะเห็นว่า ตามข้อความในรายงานกระบวนพิจารณาคดีอาญา เป็นสัญญาประนีประนอมยอมความ ทำให้โจทก์และจำเลยที่ ๑ ได้สิทธิตามที่แสดงไว้ เลิกสิทธิเรียกร้องซึ่งมีอยู่เดิมแล้ว จำเลยที่ ๒ - ๓ และ ๔ จึงไม่ต้องรับผิดร่วมกับจำเลยที่ ๑ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่จำเลยที่ ๑ ทำหนังสือมอบให้โจทก์ และโจทก์แถลงในคดีอาญาดังกล่าว หาใช่เป็นการเลิกสิทธิเรียกร้องเดิม เป็นเพียงโจทก์ประนีประนอมในจำนวนค่าเสียหาย จำเลยที่ ๑ ได้ชำระให้โจทก์แล้วหรือไม่ ศาลจะต้องฟังหลักฐานต่อไป พิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยทั้ง ๔ ฎีกา ศาลฎีกาได้พิจารณาสัญญาที่จำเลยที่ ๑ ทำให้ไว้แก่โจทก์แล้ว เห็นว่า สัญญานี้จะฟังว่าเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความยังไม่ได้ เพราะมีแต่จำเลยที่ ๑ ลงลายมือชื่อเป็นผู้รับผิดแต่ผู้เดียว ฝ่ายโจทก์มิได้ตกลงเป็นผู้รับผิดด้วย แต่เมื่อจำเลยที่ ๑ แถลงต่อศาลโดยอ้างอิงถึงสัญญานี้ตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาล และโจทก์แถลงรับ แล้วต่างฝ่ายต่างลงลายมือชื่อไว้นั้น ฟังได้ว่า จำเลยที่ ๑ ขอให้และโจทก์ขอรับค่าเสียหายเป็นเงิน ๒๐,๐๐๐ บาท รายงานกระบวนพิจารณานี้จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมความระหว่างโจทก์กับจำเลยที่ ๑ ด้วย และเป็นผลให้มูลละเมิดซึ่งมีอยู่ระงับสิ้นไป ทำให้แต่ละฝ่ายได้สิทธิตามที่แสดงไว้ในสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๘๕๒ โจทก์จะมาฟ้องจำเลยที่ ๑ ในมูลละเมิดที่ระงับสิ้นไปแล้วไม่ได้ โจทก์ชอบที่จะฟ้องจำเลยที่ ๑ ตามสัญญาประนีประนอมยอมความที่ได้ทำกันไว้ พิพากษากลับ ให้บังคับคดีไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 296/2508 นายพิมล อังกินันทน์ โจทก์ นายสนอง ศรีทัศน์ ที่ ๑ กับพวกรวม ๔ คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายพิมล อังกินันทน์ · จำเลย - นายสนอง ศรีทัศน์ ที่ ๑ กับพวกรวม ๔ คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)บุศย์ ขันธวิทย์ · สนิท สุมาวงศ์ · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเพชรบุรี - นายประพจน์ สุขทวี · ศาลอุทธรณ์ - นายแถม สิริสาลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 6631/2568ฎีกา 1077/2527ฎีกา 8203/2538ฎีกา 2501/2526ฎีกา 8294/2538ฎีกา 1000/2505ฎีกา 1490/2538ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2460/2517ฎีกา 9649/2555ฎีกา 4473/2541ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 1084/2539ฎีกา 1896/2492ฎีกา 1145/2512ฎีกา 1951/2519ฎีกา 898/2534ฎีกา 1660/2518ฎีกา 2880/2545ฎีกา 801/2521ฎีกา 3912/2526ฎีกา 4145/2542ฎีกา 953/2505
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา