คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ซื้อที่ดินมือเปล่าซึ่งได้รับโอนการครอบครองโดยชอบแล้ว ย่อมเป็นเจ้าของสิทธิครอบครองตามกฎหมาย และมีอำนาจฟ้องผู้ที่เข้าแย่งการครอบครองได้
ย่อคำพิพากษา
ที่ดินมือเปล่า เมื่อผู้ซื้อได้รับซื้อ และรับโอนการครอบครองโดยชอบแล้ว ผู้ซื้อก็เป็นเจ้าของสิทธิครอบครองตามกฎหมาย ไม่จำต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299 เมื่อมีผู้บุกรุกเข้าแย่งการครอบครอง ผู้ซื้อก็มีอำนาจฟ้อง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ขอให้ศาลสั่งห้ามและให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยสู้ว่าไม่ได้บุกรุกที่ดินเป็นของจำเลย โจทก์ไม่มีกรรมสิทธิ์และไม่มีอำนาจฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาห้ามจำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้อง และให้จำเลยใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า โจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทมาก่อนจำเลยและได้ครอบครองตลอดมาโดยมิได้ละทิ้งจำเลยเป็นฝ่ายบุกรุกเข้าไปแย่งการครอบครอง โจทก์มีสิทธิขอห้ามและเรียกค่าเสียหาย
ที่จำเลยฎีกาว่า การซื้อขายระหว่างโจทก์กับนายช่วง สรรพมงค์ ทำกันเองไม่ถูกต้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๒๙๙ โจทก์ไม่มีสิทธิครอบครอง ไม่มีอำนาจฟ้อง นั้น เห็นว่าที่พิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เมื่อนายช่วง สรรพมงค์ ได้ขายให้โจทก์ และโอนการครอบครองโดยชอบแล้ว โจทก์จึงเป็นเจ้าของสิทธิครอบครองในที่พิพาทตามกฎหมาย เมื่อจำเลยบุกรุกเข้ามาแย่งการครอบครอง โจทก์มีอำนาจฟ้องได้
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 409/2508
นายชอบ พวงทอง โจทก์
นายเสียง เกตุแก้ว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายชอบ พวงทอง · จำเลย - นายเสียง เกตุแก้ว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · พร สุขารมณ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดกำแพงเพชร - นายคำนึง อุไรรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเสวตร์ โรจนเวทย์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา