⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 571-572/2508

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571-572/2508

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การสละการครอบครองที่ดินมีโฉนดโดยยกให้แก่วัด และวัดได้เข้าครอบครองเป็นเวลาเกิน 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์ แม้ไม่มีการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

การที่เจ้าของที่ได้สละการครอบครองที่ดินมีโฉนดโดยยกให้แก่วัด และวัดได้เข้าครอบครองที่นั้นเป็นเวลาเกินว่า 10 ปีแล้วเช่นนี้ วัดย่อมได้กรรมสิทธิ์ แม้ขณะยกให้แก่วัดจะไม่มีการทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.525 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1373 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1382

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ ศาลชั้นต้นสั่งพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์ทั้งสองเป็นหลานนางสาวเพิ่มซึ่งได้วายชนม์ไปแล้ว ก่อนวายชนม์นางสาวเพิ่มได้ทำพินัยกรรมยกทรัพย์สินให้โจทก์ โจทก์ได้ขอให้จำเลยส่งโฉนดที่นาที่ระบุในพินัยกรรมให้แก่โจทก์ จำเลยไม่ยอมส่งมอบ ขอให้บังคับ จำเลยให้การปฏิเสธ วัดปากกรานโดยพระภิกษุแส เจ้าอาวาสขอเข้าเป็นจำเลยร่วม ศาลอนุญาต สำนวนที่สอง โจทก์ฟ้องว่ามีใจความอย่างสำนวนที่หนึ่ง และขอให้เพิกถอนพินัยกรรมที่นางสาวเพิ่มทำให้ไว้แก่วัดปากกรานจำเลยด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งหมดไม่มีสิทธิในที่นาพิพาทดีกว่าโจทก์ พิพากษาให้จำเลยทั้งสองสำนวนคืนโฉนดที่นาพิพาท ๒ แปลงให้โจทก์ จำเลยทั้งสองสำนวนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองสำนวนฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พฤติการณ์ที่ได้ความตามที่จำเลยนำสืบส่อแสดงว่านางสาวเพิ่มมีเจตน์จำนงเริ่มแรกมาตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๘๗ สละการครอบครองที่นาพิพาท ๒ แปลงนี้ให้เป็นสมบัติของวัดปากกรานเป็นเด็ดขาด และฟังได้ว่าวัดปากกรานได้เข้าใช้สิทธิครอบครองที่พิพาทโดยสงบเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของตลอดมาเป็นเวลา ๑๕ ปี จึงปรากฏมีการอ้างขึ้นว่านางสาวเพิ่มได้ทำพินัยกรรมยกนาพิพาทให้แก่โจทก์ พยานหลักฐานโจทก์ในข้อครอบครองจึงสู้พยานหลักฐานของจำเลยไม่ได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๕๒๕, ๑๓๗๓, ๑๓๗๗, ๑๓๗๘, ๑๓๘๒ นั้น วัดปากกรานจำเลยเป็นนิติบุคคลย่อมได้ที่ดินโดยทางครอบครองได้เช่นเดียวกับบุคคลธรรมดา ฉะนั้น เมื่อนางสาวเพิ่มได้สละการครอบครองที่ดินให้วัดปากกรานจำเลยได้เข้าครอบครองเป็นเวลาเกิน ๑๐ ปีเช่นนี้แล้ว วัดปากกรานย่อมได้กรรมสิทธิ์ที่นาพิพาท ๒ แปลง โดยอาศัยบทบัญญัติกฎหมายดังกล่าวข้างต้น แม้เมื่อเวลานางสาวเพิ่มยกให้แก่วัดจะไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ก็ตาม ฎีกาจำเลยมีเหตุผลฟังขึ้น พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ทั้ง ๒ สำนวน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 571 - 572/2508 นายประมวล สุทธลักษณ์ที่ ๑ นางญวน สุทธลักษณ์ ที่ ๒ โจทก์ นายจ้อย รัมมะวงษ์ ที่ ๑ นายพาน รัมมะวงษ์ ที่ ๒ จำเลย นายประมวล สุทธลักษณ์ที่ ๑ นางญวน สุทธลักษณ์ ที่ ๒ โจทก์ วัดปากกราน โดยพระภิกษุแส สุขรัตนี เจ้าอาวาส จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประมวล สุทธลักษณ์ที่ ๑ นางญวน สุทธลักษณ์ ที่ ๒ · จำเลย - นายจ้อย รัมมะวงษ์ ที่ ๑ นายพาน รัมมะวงษ์ ที่ ๒ · โจทก์ - นายประมวล สุทธลักษณ์ที่ ๑ นางญวน สุทธลักษณ์ ที่ ๒ · จำเลย - วัดปากกราน โดยพระภิกษุแส สุขรัตนี เจ้าอาวาส
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยุ้ย อาตมียะนันทน์ · เชื้อ คงคากุล · โพยม เลขยานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา - นายสุมาน สมรรถไท · ศาลอุทธรณ์ - นายสอาด สุจริตพงศ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3405/2537ฎีกา 8551/2550ฎีกา 726/2493ฎีกา 356/2530ฎีกา 3375/2532ฎีกา 142/2492ฎีกา 9788/2553ฎีกา 945/2537ฎีกา 5473/2548ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 4415/2528ฎีกา 2026/2494ฎีกา 3081/2527ฎีกา 319/2530ฎีกา 781/2538ฎีกา 4258/2541ฎีกา 4470/2543ฎีกา 1922/2522ฎีกา 6163/2537
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา