คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลย "ลักลอบ" นำธนบัตรเข้าไปในเรือนจำ ถือว่าเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับของเรือนจำ ซึ่งเป็นความผิดตามกฎหมายแล้ว แม้จะไม่ได้ระบุชัดเจนว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจำก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ผู้ว่าคดีฟ้องด้วยวาจาว่า " เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2506 เวลากลางวัน จำเลยได้ลักลอบนำธนบัตรเข้าไปในเรือนจำและมีไว้ในครอบครอง 580 บาท ฯลฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 มาตรา 37, 39, 45 วรรค 3 และริบของกลาง ฯลฯ" โดยไม่ได้แจ้งข้อความต่อศาลว่า "เป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจำ" ด้วยนั้น ก็เป็นฟ้องที่ครบบริบูรร์แล้ว เพราะกิริยา "ลักลอบ" หมายถึงการนำธนบัตรเข้าไปในเรือนจำเป็นการกระทำผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจำ อันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดได้ทั้ง 2 กรณี
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 29/2507)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.19 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแขวงและวิธีพิจารณาความอาญาในศาลแขวง พ.ศ.2499 ม.20 พระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.2479 ม.45 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องด้วยวาจา ศาลแขวงพระนครเหนือบันทึกคำฟ้องไว้ว่า "เมื่อวันที่ ๔ มีนาคม ๒๕๐๖ เวลากลางวันจำเลยได้ลักลอบนำธนบัตรเข้าไปในเรือนจำ และมีไว้ในครอบครอง ๕๘๐ บาท ฯลฯ ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.๒๔๗๙ มาตรา ๓๗, ๓๙, ๔๕ วรรค ๓ รับเงินของกลาง"
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลแขวงพระนครเหนือลงโทษ จำคุก ๒ เดือน ริบของกลาง
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ยกฟ้องคืนของกลาง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ศาลแขวงพระนครเหนือพิพากษาลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ พ.ศ.๒๔๗๙ มาตรา ๔๕ คดีมีปัญหาว่า คำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์มีเพียงเท่าที่ศาลบันทึกใจความไว้โดยโจทก์ไม่ได้แจ้งข้อความต่อศาลว่า "เป็นการฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับของเรือนจำ" ด้วย ดังนี้ จะเป็นฟ้องที่สมบูรณ์หรือไม่ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า คำฟ้องด้วยวาจาที่แจ้งต่อศาล ศาลบันทึกใจความไว้ว่า "จำเลยได้ลักลอบนำธนบัตรเข้าไปในเรือนจำและมีไว้ในความครอบครอง ๕๘๐ บาท" นั้น กิริยา "ลักลอบ" หมายความถึง การนำธนบัตรเข้าไปในเรือนจำเป็นการกระทำผิดกฎหมายหรือเป็นการฝ่าฝืนระเบียบ หรือข้อบังคับของเรือนจำ อันกฎหมายบัญญัติเป็นความผิดได้ทั้งสองกรณี คำฟ้องด้วยวาจาของโจทก์จึงครบบริบูรณ์ที่จะลงโทษจำเลยได้แล้ว พิพากษากลับ ให้บังคับคดีตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 645/2508
ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์
นักโทษชายตง แซ่เตียว จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · จำเลย - นักโทษชายตง แซ่เตียว |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อินท์ อุดล · โพยม เลขยานนท์ · ห้วน ประชาบาล |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายปรีชา สุมาวงศ์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบุณยเกียรติ อรชุนะกะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา