คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 687/2508
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อผู้ซื้อใช้ทรัพย์สินที่ซื้อไปโดยไม่สุจริตจนชำรุดเสียหาย ผู้ขายมีสิทธิเรียกให้ผู้ซื้อชดใช้ค่าเสียหายตามส่วนแห่งความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ซื้อได้ แต่จะบังคับให้ผู้ซื้อรับคืนทรัพย์โดยไม่ต้องชดใช้เงินไม่ได้ หากทรัพย์สินนั้นยังสามารถซ่อมแซมได้
ย่อคำพิพากษา
คดีที่ศาลพิพากษาถึงที่สุดว่าผู้ขายขายทรัพย์มีคุณภาพไม่ตรงตามคำโฆษณา ให้ผู้ขายรับทรัพย์คืนและคืนเงินให้ผู้ซื้อพร้อมด้วยดอกเบี้ยนัน เมื่อผู้ซื้อได้เอาทรัพย์นั้นไปใช้โดยไม่สุจริตจนชำรุดเสียหาย ผู้ขายก็ชอบที่จะชดใช้คืนเงินลดลงตามส่วนแห่งสภาพความเสียหายซึ่งเกิดขึ้นจากการกระทำของผู้ซื้อได้ แต่จะบังคับให้ผู้ซื้อรับคืนทรัพย์โดยผู้ขายไม่ต้องชดใช้เงินอย่างใดไม่ได้ ในเมื่อทรัพย์นั้นยังอยู่ในสภาพที่พอจะซ่อมแซมได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ ในชั้นเดิมศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าจำเลยขายเครื่องนวดข้าวมีคุณภาพไม่ตรงคำโฆษณาให้โจทก์ ให้จำเลยรับเครื่องนวดข้าวคืนและให้จำเลยคืนเงิน ๕,๒๐๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยแก่โจทก์ คดีถึงที่สุดแล้ว ศาลชั้นต้นออกคำบังคับให้จำเลยปฏิบัติตามคำพิพากษาภายใน ๒๐ วันจำเลยยื่นคำร้องว่า เครื่องนวดข้าวอยู่ในความครองครองของโจทก์ชำรุดเสียหาย จำเลยไม่ต้องชำระเงินโจทก์เต็มราคา
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ไม่มีเหตุจะเปลี่ยนแปลงคำพิพากษา ให้ยกคำร้องของจำเลย โจทก์ขอให้ศาลออกหมายบังคับคดี ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้โจทก์แถลงก่อนว่าโจทก์ได้คืนเครื่องนวดข้าวให้จำเลยแล้วหรือยัง โจทก์แถลงว่าได้ติดต่อกับจำเลยแล้วไม่พบ ศาลนัดสอบถามคู่ความแล้ว แต่โจทก์ไม่มา ศาลชั้นต้นมีคำสั่งไม่มีทางจะเปลี่ยนแปลงคำสั่งเดิม จำเลยยื่นคำร้อว่าได้รับเครื่องนวดข้าวจากโจทก์แล้ว ขอให้ศาลไต่สวนว่าเครื่องนวดข้าวอยู่ในสภาพที่จำเลยควรจะต้องใช้ราคาคืนให้โจทก์เพียงใดหรือไม่โจทก์ละเมิดหรือไม่ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายก ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี
ศาลชั้นต้นได้ไต่สวนคำร้องของจำเลยแล้ว พิเคราะห์ถึงความผิดของจำเลยที่ไม่ปฏิบัติตามคำบังคับและความผิดของโจทก์ที่เอาเครื่องนวดข้าวไปใช้จนชำรุด จึงให้จำเลยใช้ราคาเครื่องนวดข้าวคืนให้โจทก์เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ในชั้นนี้มีประเด็นที่จะต้องพิจารณาเพียงว่า โจทก์ได้เอาเครื่องนวดข้าวไปใช้นวดข้าวโดยไม่สุจริตหรือไม่ และถ้าโจทก์ได้เอาเครื่องนวดข้าวไปใช้โดยไม่สุจริตตามคำร้องของจำเลย จำเลยก็ชอบที่จะชดใช้คืนเงินลดลงตามส่วนแห่งสภาพของความเสียหายซึ่งเกิดขึ้น ในประเด็นข้อนี้ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วเห็นว่า เครื่องนวดข้าวอยู่ในความครอบครองดูแลรักษาของโจทก์ โจทก์ต้องรับผิดในความชำรุดเสียหายที่เกิดขึ้น จำเลยชอบที่จะขอให้หักค่าเสียหายจากราคาเครื่องนวดข้าวที่จำเลยต้องชำระแก่โจทก์ตามคำพิพากษาได้ และเห็นสมควรให้จำเลยใช้ราคาค่าเครื่องนวดข้าวคืนให้โจทก์เป็นเงิน ๑,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยฎีขอให้บังคับโจทก์รับคืนเครื่องนวดข้าวไปจากจำเลย ศาลฎีกาเห็นว่า เครื่องนวดข้าวยังพอที่จะซ่อมแซมใช้ได้ ศาลล่างคำนวณราคาและกำหนดให้จำเลยคืนราคาให้โจทก์เพียง ๑,๐๐๐ บาทพร้อมด้วยดอกเบี้ยเท่านั้น ซึ่งนับว่าเป็นผลดีแก่จำเลยมากแล้ว จำเลยจะขอให้บังคับโจทก์ให้รับเครื่องนวดข้าวคืนไปจากจำเลยดังที่จำเลยฎีกาขึ้นมาหาได้ไม่ เพราะขัดกับคำพิพากษาที่บังคับให้จำเลยเป็นฝ่ายรับคืนเครื่องนวดข้าวจากโจทก์ดังกล่าวข้างต้น
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 687/2508
นายเฉลิม ทีระณรงค์ โจทก์
นายอุปกรณ์ แก้วเจริญ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายเฉลิม ทีระณรงค์ · จำเลย - นายอุปกรณ์ แก้วเจริญ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มณี ชุติวงศ์ · ประกอบ หุตะสิงห์ · กิตติ สีหนนทน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายเสนีย์ วาทิน · ศาลอุทธรณ์ - นายบุณยเกียรติ อรชุนะกะ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา