คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์คำพิพากษาศาลชั้นต้นที่วินิจฉัยว่าจำเลยผิดสัญญา ประเด็นข้อนี้จึงยุติไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว จำเลยจะฎีกาในประเด็นนี้อีกมิได้
2. แม้โจทก์จะนำสืบถึงค่าเสียหายที่เกิดจากการผิดสัญญาไม่ได้ ศาลก็สามารถคำนวณค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์ได้ตามพฤติการณ์แห่งคดี
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยผิดสัญญา ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดสัญญา แต่โจทก์ไม่เสียหาย ให้ยกฟ้อง จำเลยมิได้อุทธรณ์ในประเด็นข้อนี้ไว้ เมื่อศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยจะฎีกาว่าจำเลยมิได้ผิดสัญญามิได้ เพราะประเด็นเรื่องผิดสัญญายุติถึงที่สุดตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นแล้ว
ค่าเสียหายฐานผิดสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 222 นั้น แม้โจทก์จะนำสืบถึงค่าเสียหายไม่ได้ ศาลก็คำนวณค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นให้โจทก์ได้ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏในคดี
(ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 12/2509)
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์กับจำเลยเข้าหุ้นส่วนกันทำอิฐ ตามสัญญาโจทก์มีสิทธิปลูกโรงอิฐเพิ่มเติมในที่ดินของจำเลยไม่เกิน ๕๐ เมตร จำเลยได้ผิดสัญญาข้อนี้ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย คือ เคยเผาอิฐได้เดือนละ ๒ เตา ต้องลดลงเหลือเดือนละ ๑ เตาบ้าง ไม่ถึงบ้าง ขาดประโยชน์ไปเดือนละ ๓,๒๙๐ บาท จึงขอให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย ๒๒ เดือน เป็นเงิน ๗๒,๓๘๐ บาท
จำเลยให้การว่า จำเลยมิได้ผิดสัญญา และโจทก์มิได้เสียหายดังฟ้อง
ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า จำเลยผิดสัญญา แต่โจทก์ไม่เสียหาย เพราะพยานโจทก์เองว่าไม่ขาดรายได้ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยผิดสัญญาและเห็นว่าจำเลยต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนให้โจทก์เสมอไป อ้างฎีกาที่ ๑๐๓๗/๒๔๙๑ พิพากษาให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑๐,๐๐๐ บาท
โจทก์และจำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เมื่อศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยผิดสัญญา จำเลยมิได้อุทธรณ์คัดค้านประเด็นข้อนี้ไว้ ประเด็นนี้จึงยุติถึงที่สุด จำเลยจะรื้อฟื้นขึ้นมาฎีกาอีกมิได้
ส่วนค่าเสียหายนั้น ความเสียหายของโจทก์อยู่ตรงที่ต้องซื้อดินและเช่าชุดดินมาทำอิฐ ไม่ใช่อยู่ที่โจทก์เผาอิฐมีจำนวนลดลงดังที่โจทก์ฟ้อง แต่โจทก์มิได้นำสืบถึงค่าเสียหายที่ต้องซื้อดินและเช่าขุดดินมาทำอิฐว่ามากน้อยเพียงไร ปัญหาว่าศาลจะกำหนดค่าเสียหายให้เองตามสมควรได้หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า แม้โจทก์จะนำสืบถึงค่าเสียหายไม่ได้ ศาลก็คำนวณค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายนั้นให้โจทก์ได้ตามพฤติการณ์ที่ปรากฏในคดี และเห็นว่าที่ศาลอุทธรณ์กำหนดให้ ๑๐,๐๐๐ บาท ชอบแล้ว จึงพิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1086/2509
นางจารุณี โก่วสกุล โจทก์
นายทวน รักไทย จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางจารุณี โก่วสกุล · จำเลย - นายทวน รักไทย |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุศย์ ขันธวิทย์ · พจน์ ปุษปาคม · เกษม ทิพยจันทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดตรัง - นายไพบูลย์ นิมิตกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา