⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1115/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- เมื่อข้อเท็จจริงที่พิพาทกันมีเพียงครั้งเดียว การนำสืบของจำเลยที่สอดคล้องกับข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงย่อมไม่ขัดกับคำให้การ.

ย่อคำพิพากษา

เดิม โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2507 จำเลยที่ 2 ใช้จำเลยที่ 1 ให้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ 2 ไปในกิจธุระของจำเลยที่ 2 และจำเลยที่ 1 ได้ทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้รถยนต์ที่ขับชนรถจักรยานยนต์โจทก์เสียหาย จำเลยต่อสู้ว่า ตามวันที่โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 2 มิได้ใช้จำเลยที่ 1 เกี่ยวกับกิจธุระและมิได้ให้ความยินยอมให้จำเลยที่ 1 เอารถไปใช้ ต่อมาโจทก์ขอแก้วันที่เป็นวันที่ 18 พฤษภาคม 2507 แต่จำเลยมิได้ยื่นคำให้การขอแก้วันที่ให้ตรงตามที่โจทก์ขอแก้ฟ้อง ดังนี้ เมื่อเหตุการณ์ที่รถจำเลยชนรถโจทก์มีครั้งเดียว คือ วันที่โจทก์ขอแก้ฟ้องเท่านั้น จำเลยจึงนำสืบตามข้อต่อสู้ถึงวันที่จำเลยที่ 1 เอารถไปชนรถของโจทก์ได้ ไม่ขัดกับคำให้การ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ เป็นลูกจ้างจำเลยที่ ๒ เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๐๗ จำเลยที่ ๒ ใช้จำเลยที่ ๑ ให้ขับรถยนต์ของจำเลยที่ ๒ ไปในกิจธุระของจำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๑ ได้ทำการโดยประมาท เป็นเหตุให้รถยนต์ที่ขับชนรถจักรยานยนต์ที่โจทก์ขับมา จึงเรียกค่าค่าเสียหายจากจำเลยทั้งสอง จำเลยทั้งสองปฏิเสธความรับผิดเฉพาะจำเลยที่ ๒ ให้การว่า เมื่อวันที่ ๘ พฤษภาคม ๒๕๐๗ จำเลยมิได้ใช้จำเลยที่ ๑ เกี่ยวกับธุรกิจ และมิได้ยินยอมให้จำเลยที่ ๑ ขับรถยนต์ของจำเลย จำเลยที่ ๑ นำรถไปเองโดยพลการ ต่อมาโจทก์ขอแก้ฟ้องเป็นวันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๗ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ แต่ผู้เดียวใช้ค่าเสียหาย และให้ยกฟ้องคดีสำหรับจำเลยที่ ๒ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่าไม่ควรรับฟังพยานจำเลยนั้นปรากฏว่า เมื่อโจทก์ขอแก้วันที่ในฟ้องแล้วแม้จำเลยมิได้ขอแก้คำให้การให้ตรงตามคำร้องขอแก้ฟ้องของโจทก์ก็ตาม แต่จำเลยก็ต่อสู้ไว้แล้วว่ามิได้ใช้หรือยินยอมให้จำเลยที่ ๑ เอารถไป และเหตุการณ์ที่รถชนรถโจทก์นี้ก็มีครั้งเดียว คือ วันที่ ๑๘ พฤษภาคม ๒๕๐๗ เท่านั้น จำเลยจึงนำสืบตามข้อต่อสู้ของตนถึงวันที่จำเลยที่ ๑ เอารถของตนไปโดนกับรถของโจทก์ได้ ไม่ขัดกับคำให้การ เมื่อศาลฎีกาวินิจฉัยข้อเท็จจริงแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1115/2509 นายสมบูรณ์ ซื้อหา โจทก์ นายอำนวย จินดาพล ที่ 1 นายหุ้ยหรือเจริญ เอี๋ยวพานิช ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสมบูรณ์ ซื้อหา · จำเลย - นายอำนวย จินดาพล ที่ 1 นายหุ้ยหรือเจริญ เอี๋ยวพานิช ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · โพยม เลขยานนท์ · อรุณ ตินทุกะสิริ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 307/2513ฎีกา 713/2512ฎีกา 4484/2536ฎีกา 226/2532ฎีกา 1003/2521ฎีกา 2404/2530ฎีกา 960/2485
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา