⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1188/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การต่อเจ้าพนักงานโดยแยกกันและอ้างว่ารู้เห็นในหน้าที่ของตน ถือว่าจำเลยต่างคนต่างให้การ ไม่ใช่ลูกหนี้ร่วมกัน เว้นแต่โจทก์จะบรรยายฟ้องให้จำเลยรับผิดร่วมกัน.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยกล่าวอ้างไว้แจ้งชัดในอุทธรณ์และในศาลชั้นต้นจำเลยก็ให้การว่าไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ พออนุโลมได้ว่าจำเลยได้ยกความข้อที่ว่าจำเลยไม่ควรร่วมกันแทนกันรับผิดต่อโจทก์ขึ้นอ้างอิงแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 225 ประกอบกับมาตรา 247 ในคดีที่โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทำละเมิดต่อโจทก์ โดยจำเลยให้การหรือแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ทำให้โจทก์ต้องออกจากตำแหน่ง แต่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1 ให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนโจทก์เมื่อวันที่ 14 พฤศจิกายน 2504 ส่วนจำเลยที่ 2 ให้การเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ปีเดียวกัน จำเลยต่างคนต่างให้การอ้างว่ารู้เห็นในหน้าที่ของตน จึงไม่มีลักษณะเป็นลูกหนี้ร่วมกัน ทั้งตามฟ้องของโจทก์ก็ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ร่วมกันจึงไม่ควรที่จะให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ร่วมกันหรือแทนกัน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.173 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.225 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.247 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.432

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นนายกเทศมนตรีตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๙๒ จนกระทั่งกระทรวงมหาดไทยสั่งปลดเมื่อวันที่ ๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๔ เพราะจำเลยซึ่งเป็นปลัดเทศบาลและสมุห์บัญชีเทศบาล ได้ให้การกับคณะกรรมการสอบสวนใส่ความโจทก์โดยไม่เป็นความจริงว่า โจทก์เอาสังกะสีของเทศบาลไปล้อมรั้วบ้านพักส่วนตัวก่อนมีการประมูล เป็นเหตุให้กรรมการหลงเชื่อได้เสนอให้ลงโทษและปลดโจทก์กระทรวงมหาดไทยมีคำสั่งให้โจทก์ออกจากหน้าที่ขอให้บังคับจำเลยทั้งสองรับผิดร่วมกัน ใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ ๑๐๐,๐๐๐ บาท กับดอกเบี้ย จำเลยให้การว่าที่จำเลยให้การเป็นความจริง ฯลฯ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้ค่าเสียหาย ๒๐,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้แก่โจทก์ ๕,๐๐๐ บาทกับดอกเบี้ย โจทก์จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่จำเลยทั้งสองให้การต่อคณะกรรมการสอบสวนเป็นความเท็จทำให้โจทก์เสียหาย และที่ศาลอุทธรณ์กำหนดว่าโจทก์ควรได้รับค่าเสียหายจำนวน ๕,๐๐๐ บาท พอเหมาะสมแก่พฤติการณ์แล้ว ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า ศาลไม่ควรให้จำเลยร่วมกันแทนกันรับผิดต่อโจทก์นั้น ปรากฏว่าความข้อนี้จำเลยได้กล่าวอ้างไว้แจ้งชัดในอุทธรณ์ และในศาลชั้นต้นจำเลยก็ให้การว่าจำเลยไม่ต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ พออนุโลมได้ว่าจำเลยได้ยกความข้อนี้ขึ้นอ้างอิงแล้วตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๒๒๕ ประกอบกับมาตรา ๒๔๗ ได้ความว่านายสงบจำเลยให้การต่อคณะกรรมการเมื่อวันที่ ๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๐๔ ส่วนนายศิริจำเลยให้การเมื่อวันที่ ๑๕ ธันวาคม ปีเดียวกัน จำเลยต่างคนต่างให้การที่อ้างว่าได้รู้เห็นในหน้าที่ของตน จึงไม่มีลักษณะเป็นลูกหนี้ร่วม ทั้งตามฟ้องโจทก์ก็ไม่ได้บรรยายว่าจำเลยเป็นลูกหนี้ร่วมกัน จึงไม่ควรที่จะให้จำเลยรับผิดต่อโจทก์ร่วมกันหรือแทนกัน พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า ให้จำเลยใช้ค่าเสียหายคนละ ๒,๕๐๐ บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้นี้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1188/2509 นายส่ง ศัลยพงษ์ โจทก์ นายสงบ ไว้ใจ ที่ 1 นายศิริ ใยบัวเทศ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายส่ง ศัลยพงษ์ · 1 - นายสงบ ไว้ใจ ที่ · จำเลย - นายศิริ ใยบัวเทศ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · อดุล รัตนปิณฑะ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายถนัด ลีลากุล · ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 5473/2548ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 2834/2527ฎีกา 272/2490ฎีกา 246/2530ฎีกา 3136/2524ฎีกา 1538/2518ฎีกา 8735/2542ฎีกา 6105/2531ฎีกา 7335/2538ฎีกา 1360/2544ฎีกา 861/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 307/2513ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 713/2512ฎีกา 2170/2517
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา