⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1270/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนที่ดินมือเปล่าที่ยังไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว ไม่สามารถจดทะเบียนโอนได้ตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ศาลจะบังคับให้พนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนโอนที่ดินมือเปล่าซึ่งยังมิได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้วไม่ได้ ความในมาตรา 6 แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 ที่ยอมให้บุคคลที่ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินและผู้รับโอนที่ดินดังกล่าว มีสิทธิขอรับโฉนดที่ดินได้นั้น คำว่า"ผู้รับโอน"นั้นจะต้องเป็นผู้ที่ได้รับโอนที่ดินมาโดยชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการออกโฉนดที่ดินโดยถูกต้องเสียก่อน แล้วผู้รับโอนนั้นจึงจะมีสิทธิมาขอรับโฉนดที่ดิน ฉะนั้น ที่ดินรายพิพาทซึ่งยังมิได้มีการโอนกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และยังเป็นที่ดินที่ไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว จึงโอนกันมิได้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1330 เพียงแต่บัญญัติรับรองสิทธิของผู้ซื้อโดยสุจริตจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งว่ามิเสียไป ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันกับเรื่องขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรม อันจะต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. 2497 และประมวลกฎหมายที่ดิน (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 15/2509)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.72 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1330 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.6 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.9 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.72

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้จากนายอาจและนายปน ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี จำเลยใช้เงินให้โจทก์ไม่ครบ โจทก์นำเจ้าพนักงานยึดที่นา ๑ แปลงของนายปนจำเลยขายทอดตลาดและโจทก์เป็นผู้ประมูลซื้อได้ โจทก์นำหลักฐานการซื้อขายไปติดต่อขอโอนสิทธิต่อจำเลยซึ่งเป็นนายอำเภอ จำเลยไม่ยอมจดทะเบียนให้ จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยจดทะเบียนการซื้อขายที่นาดังกล่าว โอนสิทธิครอบครองให้โจทก์ จำเลยให้การปฏิเสธต่อสู้คดี ศาลชั้นต้นเห็นว่า โจทก์ซื้อที่ดินจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งของศาลโดยสุจริต ได้ชื่อว่าเป็นผู้รับโอนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๓๐ และได้ชื่อว่าเป็นผู้รับโอนดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๖ พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ พิพากษาให้จำเลยในฐานะพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมที่ดินรายนี้ให้แก่โจทก์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่นำคำรับรองจากนายอำเภอว่าที่ดินนี้ได้ทำประโยชน์แล้วไปจดทะเบียน จำเลยจึงไม่มีหน้าที่และไม่มีอำนาจที่จะจดทะเบียนให้ พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ มาตรา ๙ บัญญัติว่า ที่ดินที่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว ให้โอนกันได้ จะเห็นได้ว่าที่ดินใดที่นายอำเภอยังมิได้ให้คำรับรองว่าทำประโยชน์แล้ว จะโอนกันทางทะเบียนมิได้ข้อเท็จจริงคดีนี้ได้ความว่า ที่ดินรายพิพาทเป็นที่ดินมือเปล่า เมื่อโจทก์นำหลักฐานการซื้อจากการขายทอดตลาดของศาลไปขอจดทะเบียนโอนสิทธิเป็นของโจทก์ต่อจำเลย ซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่จดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ จำเลยก็ได้ทำประกาศคำขอรับรองการทำประโยชน์ให้โจทก์ตามระเบียบ เพื่อจะได้ทำการโอนให้โจทก์ต่อไป แต่นางแก้วร้องคัดค้านว่า ที่ดินรายพิพาทเป็นของนางแก้ว จำเลยจึงได้นัดโจทก์และนางแก้วไปอำเภอเพื่อทำการเปรียบเทียบ แต่โจทก์ไม่ไป โจทก์กลับมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้ ศาลฎีกาโดยที่ประชุมใหญ่เห็นว่า เมื่อที่ดินรายพิพาทยังมิได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้วศาลก็จะบังคับให้จำเลยจดทะเบียนโอนให้โจทก์ตามฟ้องยังมิได้ตามบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้น โจทก์ชอบที่จะดำเนินการตามกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งคำรับรองจากนายอำเภอว่าที่ดินรายพิพาทได้ทำประโยชน์แล้วเสียก่อน แล้วโจทก์จึงจะมีสิทธิมาขอให้จำเลยทำการโอนให้โจทก์เป็นเจ้าของที่ดินรายพิพาททางทะเบียนต่อไป เมื่อบัดนี้โจทก์ยังมิได้ดำเนินการให้เป็นไปตามลำดับ โจทก์จะมาฟ้องขอให้บังคับจำเลยจดทะเบียนโอนสิทธิที่ดินรายพิพาทให้โจทก์โดยฝ่าฝืนบทกฎหมายดังกล่าวข้างต้นหาได้ไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ความในมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ที่ยอมให้บุคคลที่ครอบครองและทำประโยชน์ในที่ดินและผู้รับโอนที่ดินดังกล่าวมีสิทธิขอรับโฉนดที่ดินได้นั้น คำว่า"ผู้รับโอน"นั้น จะต้องเป็นผู้ที่ได้รับโอนที่ดินมาโดยชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยการออกโฉนดที่ดินโดยถูกต้องเสียก่อน แล้วผู้รับโอนนั้นจึงจะมีสิทธิมาขอรับโฉนดที่ดินตามความในมาตรา ๖ ส่วนกฎกระทรวงที่โจทก์ยกขึ้นอ้าง ก็เป็นเรื่องวิธีปฏิบัติสำหรับผู้รับโอนที่ดินที่ประสงค์จะได้คำรับรองว่าได้ทำประโยชน์แล้ว ทั้งนี้เพื่อเป็นหลักฐานจะได้ทำการโอนกันต่อไปได้ตามที่บัญญัติไว้ในมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ข้อเท็จจริงในคดีเรื่องนี้ปรากฏว่าที่ดินพิพาทยังมิได้มีการโอนกันโดยชอบด้วยกฎหมาย และยังเป็นที่ดินที่ไม่ได้รับคำรับรองจากนายอำเภอว่าได้ทำประโยชน์แล้ว จึงโอนกันมิได้ตามบทบัญญัติมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ อนึ่ง เห็นว่า แม้โจทก์จะซื้อที่ดินรายพิพาทจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลโดยสุจริตก็ดี ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๓๐ ก็เพียงแต่บัญญัติรับรองสิทธิของโจทก์ผู้ซื้อโดยสุจริตจากการขายทอดตลาดตามคำสั่งศาลว่ามิเสียไป ถึงแม้ภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าทรัพย์สินนั้นมิใช่ของจำเลยหรือลูกหนี้ตามคำพิพากษาเท่านั้น ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันกับเรื่องขอจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมอันจะต้องดำเนินการตามบทบัญญัติแห่งพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ และประมวลกฎหมายที่ดินตามที่พิพาทกันในคดีนี้ ดังได้วินิจฉัยไว้แล้วข้างต้น ฎีกาโจทก์จึงฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1270/2509 นายบุญมา ชื่นพิบูรณ์ โจทก์ นายสุขวณิชย์ เทพไตรรัตน์ นายอำเภอบรบือ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายบุญมา ชื่นพิบูรณ์ · จำเลย - นายสุขวณิชย์ เทพไตรรัตน์ นายอำเภอบรบือ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยง เหลืองรังษี · สัญญา ธรรมศักดิ์ · เชื้อ คงคากุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดมหาสารคาม - นายนาม จำนง · ศาลอุทธรณ์ - นายเฉลิม อัจฉะกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8223/2542ฎีกา 482/2525ฎีกา 2775/2541ฎีกา 981/2514ฎีกา 437/2508ฎีกา 5768/2534ฎีกา 2644/2530ฎีกา 560/2529ฎีกา 26/2537ฎีกา 746/2509ฎีกา 1939/2538ฎีกา 2676/2529ฎีกา 5332/2533ฎีกา 2970/2543ฎีกา 1565/2530ฎีกา 6087/2551ฎีกา 1046/2517ฎีกา 6511/2543ฎีกา 7216/2542ฎีกา 1429-1430/2525ฎีกา 1221/2540ฎีกา 1015/2527ฎีกา 7822/2547ฎีกา 378/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา