⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1566-1567/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566-1567/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่วันถูกแย่งการครอบครอง

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1375 นั้น ต้องฟ้องภายใน 1 ปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครองมิใช่นับแต่วันรู้ว่าถูกแย่งการครอบครอง ตั้งแต่จำเลยขอรังวัดออกโฉนดทับที่ของโจทก์และเจ้าพนักงานได้นัดให้เจ้าของที่ข้างเคียงไปคอยระวังเขตทำการรังวัดลงหลักเขตและออกโฉนดให้จำเลยรับไปแล้ว จนถึงวันฟ้องเป็นเวลาเกินกว่า 1 ปี ย่อมถือว่าโจทก์ถูกแย่งการครอบครองเกินกว่า 1 ปีแล้ว

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสองสำนวนนี้ศาลได้พิจารณาพิพากษารวมกัน โจทก์ทั้งสองสำนวนฟ้องมีใจความอย่างเดียวกันว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดิน จำเลยได้รังวัดที่ดินของจำเลยเพื่อขอออกโฉนด แต่ได้รุกล้ำเข้ามาในที่ดินของโจทก์บางส่วน โจทก์คดีแรกเพิ่งทราบเมื่อปลาย พ.ศ. ๒๕๐๒ และโจทก์คดีหลังเพิ่งทราบเมื่อเดือนธันวาคม ๒๕๐๓ จึงขอให้ศาลพิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้เพิกถอนโฉนดที่ดินของจำเลยเฉพาะส่วนที่ออกทับที่พิพาท และให้รื้อรั้วด้วย จำเลยให้การอย่างเดียวกันทั้งสองคดีว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลยซึ่งซื้อและครอบครองมากว่า ๓๐ ปีแล้ว คดีโจทก์ขาดอายุความ และฟ้องเคลือบคลุม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าฟ้องของโจทก์ไม่เคลือบคลุม ที่พิพาทเป็นของโจทก์ทั้งสองคดี และโจทก์ฟ้องคดีภายใน ๑ ปี นับตั้งแต่รู้ว่าจำเลยบุกรุก คดีไม่ขาดอายุความ จึงห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่พิพาท และให้เพิกถอนโฉนดของจำเลยเฉพาะส่วนที่ออกทับที่พิพาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองที่ดินมือเปล่าตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ ตามมาตรานี้ การฟ้องคดีเพื่อเอาคืนซึ่งการครอบครองต้องฟ้องภายใน ๑ ปีนับแต่เวลาถูกแย่งการครอบครอง มิใช่นับแต่วันรู้ว่าถูกแย่งการครอบครอง และคดีทั้งสองนี้นับตั้งแต่เจ้าพนักงานนัดให้เจ้าของที่ดินข้างเคียงไปคอยระวังเขตทำการรังวัดลงหลักเขตและออกโฉนดให้จำเลยรับไปจนถึงวันที่โจทก์ฟ้องคดีเกิน ๑ ปีแล้ว ถือว่าโจทก์ถูกแย่งการครอบครองเกินกว่า ๑ ปี โจทก์จึงหมดสิทธิฟ้องเรียกที่พิพาทคืนตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๗๕ จึงพิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1566 - 1567/2509 นายประสาน ลิ่มจุฬารัตน์ โจทก์ สมาคมคณะบอร์ด ออฟ เฟอเรน มิชชั่น โดยนายฮอเรซ ดับลิว ไรเบิน ประธานกรรมการ จำเลย นายจินดา ชัยรัตน์ นายสมบุญ ศิริธร ในฐานะผู้จัดการมรดกของเจ้าพระยาบ ดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) โดยนางสาวพร้อม ณ นคร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประสาน ลิ่มจุฬารัตน์ · ไรเบิน - สมาคมคณะบอร์ด ออฟ เฟอเรน มิชชั่น โดยนายฮอเรซ ดับลิว · จำเลย - ประธานกรรมการ · ในฐานะผู้จัดการมรดกของเจ้าพระยาบ - นายจินดา ชัยรัตน์ นายสมบุญ ศิริธร · โจทก์ - ดินทรเดชานุชิต (แย้ม ณ นคร) โดยนางสาวพร้อม ณ นคร ผู้รับมอบอำนาจ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · สัญญา ธรรมศักดิ์ · ยง เหลืองรังษี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายพินิจ สังขนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3089/2537ฎีกา 3421/2538ฎีกา 1153/2501ฎีกา 6405/2550ฎีกา 7619/2543ฎีกา 2113-2114/2530ฎีกา 1686/2520ฎีกา 7706/2548ฎีกา 2938/2519ฎีกา 5393/2540ฎีกา 5051/2541ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 1575/2531ฎีกา 2923/2535ฎีกา 7546/2542ฎีกา 178/2485ฎีกา 1093/2500ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 2792/2535ฎีกา 459/2546ฎีกา 344/2511
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา