คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1618/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ที่กระทำการแทนบริษัทในฐานะตัวแทนตามหน้าที่ ไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะดำเนินคดีอาญาในนามส่วนตัวได้ เว้นแต่จะปรากฏความเสียหายแก่ตนเองนอกเหนือจากความเสียหายของบริษัท
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้ครอบครองเครื่องพิมพ์ดีดของบริษัทอีสต์เอเซียติค จำกัด มีอำนาจจัดการจำหน่ายและให้เช่าซื้อ จำเลยได้เช่าซื้อเครื่องพิมพ์ดีดนั้นไปจากโจทก์แล้วผิดสัญญาไม่ส่งคืนเครื่องพิมพ์ดีดกลับยักยอกเสีย ดังนี้ เมื่อได้ความว่าโจทก์เป็นเพียงผู้ช่วยผู้จัดการแผนกขายเครื่องพิมพ์ดีดของบริษัทอีสต์เอเซียติค จำกัด เพื่อประโยชน์ของบริษัทโจทก์ลงชื่อเป็นฝ่ายผู้ให้เช่าซื้อในฐานะตัวแทนบริษัทตามหน้าที่ ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 2(4) คือ บริษัท โจทก์เป็นเพียงผู้ปฏิบัติงานของบริษัทคนหนึ่ง ไม่ปรากฏว่ามีความรับผิดชอบหรือเสียหายอย่างใดนอกเหนือไปกว่านั้น จึงย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะพึงดำเนินคดีแก่จำเลยในนามของโจทก์เป็นส่วนตัวได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ครอบครองเครื่องพิมพ์ดีดของบริษัทอีสต์เอเซียติค จำกัด และมีอำนาจจัดการจำหน่ายและให้เช่าซื้อเพื่อประโยชน์ของบริษัท จำเลยเช่าซื้อเครื่องพิมพ์ดีดไปจากโจทก์ ๒๐ เครื่อง เป็นเงิน ๗๒,๐๐๐ บาท ได้รับเครื่องพิมพ์ไปแล้วแต่วันทำสัญญา ต่อมาจำเลยผิดสัญญาและมีหน้าที่ต้องนำเครื่องพิมพ์ดีดทั้ง ๒๐ เครื่องส่งคืนโจทก์ แต่จำเลยไม่ยอมคืน จำเลยได้บังอาจจำหน่ายจ่ายโอนทั้ง ๒๐ เครื่อง โดยรู้อยู่ว่าไม่มีสิทธิทำได้ โดยเจตนาทุจริตเบียดบังเอาเพื่อประโยชน์ตน โจทก์ได้รับความเสียหาย ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๓๕๒
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุก ๖ เดือน ตามมาตรา ๓๕๒
จำเลยอุทธรณ์ว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจฟ้อง
ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่ใช่ผู้เสียหาย ทั้งไม่ได้ฟ้องในฐานะผู้จัดการนิติบุคคล ไม่มีอำนาจฟ้องพิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า เครื่องพิมพ์ดีดที่จำเลยเช่าซื้อไปเป็นของบริษัทอีสต์เอเซียติคจำกัดซึ่งเป็นนิติบุคคล โจทก์เป็นเพียงผู้ช่วยผู้จัดการแผนกขายเครื่องพิมพ์ดีดเพื่อประโยชน์ของบริษัท การที่โจทก์ลงชื่อเป็นฝ่ายผู้ให้เช่าก็กระทำไปในฐานะตัวแทนของบริษัทตามหน้าที่ ผู้เสียหายในเรื่องเครื่องพิมพ์ดีดตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒(๔) ได้แก่บริษัทผู้เป็นเจ้าของทรัพย์ ดังนั้น ผู้ที่จะว่ากล่าวเอาโทษแก่จำเลยได้ก็คือบริษัท โจทก์เป็นเพียงผู้ปฏิบัติงานของบริษัทคนหนึ่ง ไม่ปรากฏว่ามีความรับผิดชอบหรือเสียหายอย่างใดนอกเหนือไปกว่านั้น จึงย่อมไม่ใช่ผู้เสียหายที่จะพึงดำเนินคดีแก่จำเลยในนามของโจทก์เป็นส่วนตัวได้ พิพากาษยืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1618/2509
นายทอร์เบน โพลเซ่น โจทก์
นายพวง อุบล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายทอร์เบน โพลเซ่น · จำเลย - นายพวง อุบล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสนอ บุณยเกียรติ · เชื้อ คงคากุล · อดุล รัตนปิณฑะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายอุทัย บูรณสมภพ · ศาลอุทธรณ์ - นายบรรจบ เสาวรรณ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา