⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 162/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 162/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การมอบอำนาจให้จัดการฟ้องร้องเกี่ยวกับที่ดิน ย่อมรวมถึงการฟ้องร้องเกี่ยวกับตึกซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินนั้นด้วย 2. หญิงที่ได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนบุคคลอื่น โดยมิได้กระทำการใด ๆ ผูกพันสินบริคณห์ มีอำนาจฟ้องคดีได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี 3. ผู้ให้เช่าเป็นผู้มีอำนาจบอกเลิกสัญญาเช่า 4. ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยประเด็นที่จำเลยมิได้ยกขึ้นต่อสู้มาแต่ต้น 5. การอ้างสิทธิพิเศษตามกฎหมายควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน จำเลยจะต้องให้การตั้งประเด็นต่อสู้คดีโดยชัดแจ้ง

ย่อคำพิพากษา

เมื่อมีการมอบอำนาจให้จัดการฟ้องร้องเกี่ยวกับที่ดินแล้ว ก็เท่ากับมอบอำนาจให้ฟ้องเกี่ยวกับตึกซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินด้วย หญิงมีสามีได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องคดีแทนบุคคลอื่นโดยมิได้กระทำการใด ๆ ผูกพันสินบริคณห์แต่อย่างใด จึงมีอำนาจฟ้องคดีได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี เจ้าของตึกพิพาทเป็นผู้ทำสัญญาให้เช่า เมื่อจะบอกเลิกการเช่า ผู้ให้เช่าต้องเป็นผู้บอกเลิก เมื่อจำเลยมิได้ยกประเด็นขึ้นต่อสู้มาแต่ต้น ศาลฎีกาก็ไม่รับวินิจฉัย เมื่อจำเลยจะอ้างสิทธิพิเศษว่าตึกพิพาทเป็นเคหะควบคุม จำเลยได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. 2504 จำเลยจะต้องให้การตั้งประเด็นต่อสู้คดี อ้างสิทธิพิเศษขึ้นมาโดยชัดแจ้ง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.38 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.107 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.566

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ผู้รับมอบอำนาจฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยจากที่เช่าฐานผิดสัญญาและสัญญาเช่าสิ้นอายุแล้ว โจทก์ได้บอกเลิกการเช่ากับจำเลย แต่จำเลยขัดขืนกับขอให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง เพราะมิได้รับมอบอำนาจให้จัดการเกี่ยวกับห้องพิพาท และไม่มีอำนาจฟ้องเพราะไม่ได้รับความยินยอมจากสามี เจ้าของตึกพิพาทยอมให้จำเลยเช่าโดยไม่มีกำหนดเวลา และโจทก์หรือเจ้าของตึกเช่าไม่เคยบอกเลิกการเช่ากับจำเลย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์ได้รับมอบอำนาจให้ฟ้องเกี่ยวกับตึกพิพาท โจทก์มิได้ทำการเกี่ยวกับสินบริคณห์จึงฟ้องคดีได้โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี โจทก์บอกเลิกการเช่าแล้ว และจำเลยค้างชำระค่าเช่า ให้ขับไล่จำเลยและบริวารให้จำเลยชำระค่าเช่าที่ค้าง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าตึกพิพาทเป็นทรัพย์ส่วนควบของที่ดิน เมื่อมอบอำนาจให้ฟ้องเกี่ยวกับที่ดินแล้ว ก็เท่ากับมอบอำนาจให้ฟ้องเกี่ยวกับตึกพิพาทซึ่งปลูกอยู่บนที่ดินด้วย ที่จำเลยฎีกาว่าตึกพิพาทตามฟ้องตั้งอยู่คนละแห่งกับที่ระบุในใบมอบอำนาจ ไม่ได้เป็นประเด็นต่อสู้มาแต่ต้นจึงไม่รับวินิจฉัย โจทก์เป็นหญิงมีสามี แต่มิได้กระทำการใด ๆ เป็นการผูกพันสินบริคณห์ จึงมีอำนาจฟ้องโดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี เจ้าของห้องพิพาทได้บอกเลิกการเช่าโดยชอบแล้ว จำเลยค้างชำระค่าเช่าจริง และจำเลยมิได้อ้างสิทธิพิเศษว่าตึกพิพาทเป็นเคหะและได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน พ.ศ. ๒๕๐๔ พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 162/2509 นางประดิษฐ์ ศรีสุข ผู้รับมอบอำนาจ จากนางดัด ประจวบเหมาะ โจทก์ นายอภิชาติ ชโลบล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางประดิษฐ์ ศรีสุข ผู้รับมอบอำนาจ จากนางดัด ประจวบเหมาะ · จำเลย - นายอภิชาติ ชโลบล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายเสนีย์ วาทิน · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1798/2506ฎีกา 770/2535ฎีกา 99/2541ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 3345/2535ฎีกา 2409/2551ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7903/2568ฎีกา 3099/2524ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1123/2487
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา