⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1635/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่ทำให้บุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินนั้น และผู้รับโอนทรัพย์สินโดยเสน่หาจากผู้ที่ได้กรรมสิทธิ์โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ย่อมไม่อาจยกข้ออ้างเรื่องการได้มาโดยสุจริตมาต่อสู้กับเจ้าของที่แท้จริงได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยที่ 1 - 2 ออกโฉนดทับที่ซึ่งโจทก์ครอบครองอยู่ก่อน การออกโฉนดทำโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 - 2 จึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ จำเลยที่ 3 - 4 รับจำนองที่พิพาทโดยไม่สุจริตต่อมาจำเลยที่ 3 - 4 ฟ้องบังคับจำนองและซื้อที่พิพาทจากการขายทอดตลาดของศาล ย่อมเป็นการซื้อโดยไม่สุจริต ต่อมาจำเลยที่ 3 โอนทะเบียนยกที่พิพาทให้จำเลยที่ 5 - 6 โดยเสน่หา โจทก์ย่อมขอให้ศาลเพิกถอนนิติกรรมได้ การที่จำเลยขอให้ออกและรับโฉนดที่พิพาทโดยโจทก์ไม่รู้ และการที่จำเลยฟ้องขับไล่โจทก์จากที่พิพาท ไม่ใช่การแย่งการครอบครองที่พิพาท

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1300 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1330 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1374 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าเป็นเจ้าของและครอบครองที่พิพาท จำเลยที่ ๑ - ๒ แสดงความเท็จต่อเจ้าพนักงานที่ดิน เจ้าพนักงานที่ดินจึงออกโฉนดสำหรับที่พิพาทให้จำเลยที่ ๑ - ๒ ต่อมาจำเลยที่ ๓ - ๔ รับจำนองที่พิพาทจากจำเลยที่ ๑ โดยไม่สุจริต แล้วฟ้องบังคับจำนอง และจำเลยที่ ๓ ซื้อที่พิพาทจากการขายทอดตลาดของศาลแล้วยกให้จำเลยที่ ๕ - ๖ ซึ่งเป็นบุตร ขอให้ศาลแสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ การออกโฉนดทับที่ดินของโจทก์ ทั้งขอให้ทำลายนิติกรรมทั้งหมดเสียด้วย จำเลยทั้งหมดต่อสู้ว่า การออกโฉนดสมบูรณ์ และนิติกรรมต่าง ๆ ก็สมบูรณ์จำเลยสุจริต โจทก์รู้เรื่องออกโฉนดมานานแล้ว คดีขาดอายุความ ๑ ปี ศาลชั้นต้นฟังว่า โจทก์ครอบครองที่พิพาทมาก่อน จำเลยที่ ๑ - ๒ ออกโฉนดทับที่พิพาท และจำเลยทำนิติกรรมต่าง ๆ โดยไม่สุจริต พิพากษาให้โจทก์ชนะคดีตามฟ้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๑, ๓ ถึง ๖ ฎีกา ศาลฎีกาฟังข้อเท็จจริงอย่างเดียวกับศาลชั้นต้น แล้ววินิจฉัยว่าการออกโฉนดไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ ๑ - ๒ ไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาท จำเลยที่ ๓ - ๔ รับจำนองโดยไม่สุจริต และได้ฟ้องบังคับจำนองและซื้อที่พิพาทจากการขายทอดตลาดของศาล จึงเป็นการซื้อโดยไม่สุจริต ต่อมาจำเลยที่ ๓ ยกที่พิพาทให้จำเลยที่ ๕ - ๖ โดยเสน่หา จำเลยที่ ๕ - ๖ ย่อมไม่มีสิทธิดีกว่าโจทก์ โจทก์ขอให้เพิกถอนนิติกรรมให้ได้ การที่จำเลยขอออกและรับโฉนดที่พิพาทโดยโจทก์ไม่รู้และการที่จำเลยที่ ๕ - ๖ ฟ้องขับไล่โจทก์จากที่พิพาท ถือไม่ได้ว่าเป็นการแย่งการครอบครองที่พิพาท ฟ้องของโจทก์จึงยังไม่ขาดอายุความ ๑ ปี ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1635/2509 นายสำอางค์ บุญเลิศ โจทก์ นายสกล สามเสน กับพวกรวม 6 คน ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสำอางค์ บุญเลิศ · ล. - นายสกล สามเสน กับพวกรวม 6 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิเชียร เศวตรุนทร์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายประกาศ บุณโยดม · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธี โรจนธรรม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10866/2546ฎีกา 231/2482ฎีกา 1280/2492ฎีกา 609/2522ฎีกา 2775/2541ฎีกา 557/2493ฎีกา 319/2530ฎีกา 7927/2538ฎีกา 377/2536ฎีกา 2938/2519ฎีกา 15964/2553ฎีกา 5640/2541ฎีกา 2644/2530ฎีกา 7786/2538ฎีกา 1131/2502ฎีกา 7214/2538ฎีกา 5050/2541ฎีกา 1658/2534ฎีกา 101/2509ฎีกา 1008/2510ฎีกา 5007/2540ฎีกา 1093/2500ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1348/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา