คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1647/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. สำเนาเอกสารมหาชนที่เจ้าหน้าที่รับรองถูกต้อง ถือเป็นของแท้และถูกต้องโดยสันนิษฐานไว้ก่อน
2. การครอบครองที่ดินโดยสงบ เปิดเผย และด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเกิน 10 ปี ย่อมได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครอง
ย่อคำพิพากษา
บัญชีบันทึกคำร้องทุกข์ของประชาชนและคำเปรียบเทียบของพนักงานผู้มีหน้าที่เป็นหลักฐานเก็บไว้ที่อำเภอ เป็นเอกสารมหาชน เมื่ออำเภอได้ส่งสำเนาเอกสารซึ่งมีพนักงานเจ้าหน้าที่รับรองถูกต้องไปยังศาลตามที่ถูกอ้าง ก็ต้องสันนิษฐานไว้ก่อนว่าสำเนาเอกสารที่ส่งไปนั้นเป็นของแท้จริงและถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องอ้างเจ้าหน้าที่ที่รับรองสำเนานั้นมาเป็นพยานเบิกความรับรองอีก
เจ้าของที่ดินเดิมกับพวกได้ครอบครองที่พิพาทซึ่งเป็นที่ข้างเคียงมาโดยความสงบและเปิดเผยอย่างเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินกว่า 10 ปี จึงได้กรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 จำเลยได้รับโอนที่ดินมารวมทั้งที่พิพาทจากผู้ครอบครองโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน และได้ครอบครองที่พิพาทสืบต่อมาจากผู้ครอบครอง จึงยกอายุความครอบครองขึ้นยันโจทก์ผู้เป็นเจ้าของที่พิพาทได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำเจ้าเจ้าพนักงานรังวัดรุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ ขัดขวางการรังวัดที่ดินของโจทก์ ห้ามไม่ให้โจทก์ขุดคูในที่ดินของโจทก์ และยังตัดไม้ไผ่ในที่ดินของโจทก์ด้วย ขอให้ศาลห้ามจำเลยขัดขวางและเข้ามาเกี่ยวข้องกับที่ดินของโจทก์และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย
จำเลยต่อสู้ว่า จำเลยนำชี้เขตที่ดินของจำเลย ไม่เคยนำชี้รุกล้ำเข้าไปในที่ดินของโจทก์ โจทก์นำเจ้าพนักงานมารังวัดและชี้เขตรุกล้ำเข้ามาในที่ดินของจำเลย ที่ดินที่โจทก์นำชี้นั้นจำเลยได้ครอบครองโดยสงบและเปิดเผยอย่างเป็นเจ้าของมากว่า ๑๐ ปีแล้ว จำเลยตัดต้นไผ่ในที่ดินของจำเลย ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ฟ้องโจทก์ไม่เคลือบคลุม จำเลยครอบครองเป็นเจ้าของที่พิพาทสืบต่อจากเจ้าของเดิมมากว่า ๑๐ ปีแล้ว จึงใช้ยันโจทก์ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๕ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ที่พิพาททนายกิ่งกับพวกซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินเดิมได้ครอบครองมาโดยความสงบและเปิดเผยอย่างเป็นเจ้าของติดต่อกันมาเกินกว่า ๑๐ ปี จึงได้กรรมสิทธิ์โดยทางครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๒ จำเลยได้รับโอนที่ดินมารวมทั้งที่พิพาทจากเจ้าของเดิมโดยสุจริตและเสียค่าตอบแทน และได้ครอบครองที่พิพาทสืบต่อมาจากเจ้าของเดิม จึงยกอายุความครอบครองขึ้นใช้ยันโจทก์ได้ ที่โจทก์ฎีกาว่าสำเนาเอกสารบัญชีรับคำร้องทุกข์หรือกล่าวโทษที่จำเลยอ้างมาจากอำเภอปากเกร็ดรับฟังเป็นพยานไม่ได้ เพราะไม่ได้อ้างผู้รับรองสำเนามาเป็นพยานนั้น เห็นว่า บัญชีบันทึกคำร้องทุกข์ของประชาชนและคำเปรียบเทียบของพนักงานผู้มีหน้าที่เป็นหลักฐานเก็บไว้ที่อำเภอ เป็นเอกสารมหาชน เมื่ออำเภอได้ส่งสำเนาเอกสารซึ่งมีพนักงานเจ้าหน้าที่รับรองถูกต้องไปยังศาลตามที่ถูกอ้าง ก็ต้องอสันนิษฐานไว้ก่อนว่า สำเนาเอกสารที่ส่งไปนั้น เป็นของแท้จริงและถูกต้อง ไม่จำเป็นต้องอ้างเจ้าหน้าที่ที่รับรองสำเนานั้นมาเป็นพยานเบิกความรับรองอีก
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1647/2509
นายหรัด มีน่วม โจทก์
นางทองดี เภาลอง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายหรัด มีน่วม · ล. - นางทองดี เภาลอง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวิง ลัดพลี · สอาด นาวีเจริญ · วิเชียร เศวตรุนทร์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายดิเรก น้ำทิพย์ · ศาลอุทธรณ์ - หลวงอรรถวุฒิวรวาจก์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา