คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. คำให้การของจำเลยที่ว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยไม่บริสุทธิ์ หากมิได้แสดงรายละเอียดให้ชัดเจน ถือว่าไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบได้
2. ผู้ทรงเช็คมีสิทธิเรียกร้องเอาแก่ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังได้โดยตรง โดยไม่จำเป็นต้องไล่ตามลำดับการสลักหลัง
3. เมื่อจำเลยแถลงว่าจะสืบพยานในประเด็นใดแล้ว จะขอสืบพยานในประเด็นอื่นนอกเหนือจากที่แถลงไว้มิได้
4. คำพิพากษาคดีอาญาว่าจำเลยออกเช็คโดยไม่มีเงินในธนาคาร และจำเลยยอมให้ผู้อื่นกรอกจำนวนเงินในเช็คโดยมิได้คัดค้าน สามารถนำมาใช้รับฟังในคดีแพ่งเพื่อพิสูจน์ความรับผิดของจำเลยตามเช็คนั้นได้
ย่อคำพิพากษา
คำให้การของจำเลยที่ว่า โจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยไม่บริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์อย่างไรมิได้แสดงไว้ ถือว่าไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบได้
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 967 และ 989 ผู้ทรงเช็คมีสิทธิว่ากล่าวเอาแก่ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังเรียงตัวหรือรวมกันก็ได้ โดยมิพักต้องดำเนินตามลำดับที่คนเหล่านั้นมาต้องผูกพัน
เมื่อจำเลยแถลงตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่าจะขอสืบพยานเพียง 2 ข้อ จำเลยจะขอสืบพยานในประเด็นข้ออื่นนอกจาก 2 ข้อนั้นมิได้
ในคดีที่โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลย และปรากฏว่าเกี่ยวกับเช็ครายนี้จำเลยถูกศาลพิพากษาลงโทษในข้อหาว่าจำเลยออกเช็คให้โจทก์คดีนี้โดยไม่มีเงินอยู่ในธนาคาร ข้อเท็จจริงในคดีอาญาที่พิพากษาว่าจำเลยยอมให้ผู้อื่นกรอกจำนวนเงินในเช็คและเมื่อผู้นั้นกรอกแล้ว จำเลยก็มิได้คัดค้านประการใด เพียงแต่ขอผัดเรื่อย ๆ นั้น ย่อมนำมารับฟังในคดีแพ่งว่าจำเลยต้องรับผิดตามเช็คนั้นได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องเรียกเงินตามเช็คจากจำเลย จำเลยต่อสู้ว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยไม่บริสุทธิ์ แต่รับว่าพนักงานอัยการได้ฟ้องจำเลยเป็นคดีอาญาหาว่าจ่ายเช็ครายนี้ให้โจทก์โดยไม่มีเงินอยู่ในธนาคาร ซึ่งต่อมาศาลได้พิพากษาลงโทษจำเลยแล้ว
ศาลพิพากษาให้โจทก์ชนะคดี
จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยให้การแต่เพียงว่าโจทก์เป็นผู้ทรงเช็คโดยไม่บริสุทธิ์ ไม่บริสุทธิ์อย่างไรมิได้แสดงไว้ จึงไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบได้
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๙๖๗ และ ๙๘๙ ผู้ทรงเช็คมีสิทธิว่ากล่าวเอาแก่ผู้สั่งจ่ายหรือผู้สลักหลังเรียงตัวหรือรวมกันก็ได้ โดยพิพักต้องดำเนินตามลำดับที่คนเหล่านั้นมาต้องผูกพัน ดังนั้น การที่โจทก์ไม่ฟ้องผู้สลักหลังก่อน จึงไม่เป็นพิรุธ
เมื่อจำเลยแถลงตามรายงานกระบวนพิจารณาของศาลว่าจะขอสืบพยานเพียง ๒ ข้อ จำเลยจึงจะขอสืบพยานในประเด็นข้ออื่นนอกจาก ๒ ข้อนั้นมิได้.
ในคดีอาญาที่จำเลยถูกลงโทษนั้น ข้อเท็จจริงตามคำพิพากษาฟังได้ว่าจำเลยยอมให้นายไมตรีกรอกจำเนินเงินในเช็คได้ เมื่อนายไมตรีกรอกแล้ว จำเลยก็มิได้คัดค้านประการใด เพียงแต่ขอผัดเรื่อย ๆ ย่อมเพียงพอที่จะฟังมาวินิจฉัยในคดีนี้ได้แล้วว่าจำเลยต้องรับผิดตามนั้น
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 354/2509
นายสุพจน์ กังสภัทร์ โจทก์
นายถ่งไถ่ แซ่ยิ่นหรือ กิมฮั้ว แซ่หว่อง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสุพจน์ กังสภัทร์ · จำเลย - นายถ่งไถ่ แซ่ยิ่นหรือ กิมฮั้ว แซ่หว่อง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | วิเชียร เศวตรุนทร์ · สอาด นาวีเจริญ · สวิง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลชั้นต้น · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา