⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 415/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2509

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายกับจำเลยด่าว่ากันแล้วผู้ตายใช้จอบตีจำเลยแต่ผิด จอบติดดิน ผู้ตายต้องใช้เวลาดึงจอบประมาณ 1 นาที ขณะที่จอบผู้ตายติดดินอยู่นี้ จำเลยมีโอกาสที่จะหลีกเลี่ยงไปได้ถ้าจำเลยไม่สมัครใจจะวิวาทกับผู้ตาย การที่จำเลยใช้จอบตีผู้ตายโดยแรงเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาจะทำร้ายผู้ตายอันเนื่องมาจากการด่าว่ากันอย่างรุนแรง และเกิดโมโหขึ้นมา ทั้งจำเลยและผู้ตายต่างถือจอบเป็นอาวุธพร้อมที่จะทำร้ายกันได้ พอฝ่ายผู้ตายตีจำเลยผิด จำเลยก็ตีผู้ตายได้ทันที จึงเป็นเรื่องสมัครใจวิวาทกัน จะอ้างว่ากระทำไปเพื่อป้องกันสิทธิหาได้ไม่ จำเลยใช้จอบซึ่งยาวประมาณ 1 วา คมจอบกว้างประมาณ 6 นิ้วฟุต ตีผู้ตายที่ศีรษะโดยแรง มีบาดแผล 2 แห่ง คือ ที่กลางกระหม่อมกว้าง 13 เซ็นติเมตร ยาว 18 เซ็นติเมตร กระโหลกศีรษะแตก และที่ขมับขวาแผลกว้าง 2 เซ็นติเมตร ยาว 9 เซ็นติเมตร กระโหลกศีรษะร้าว ตามลักษณะเช่นนี้ เห็นได้ว่าจำเลยย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำได้ว่าอาจทำให้ถึงตายได้ จึงฟังได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่า

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.290 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยใช้จอบเป็นอาวุธ ตีฟันนายดัด สามารถ ที่บริเวณศีรษะ ๒ แผล โดยเจตนาฆ่า นายดัดได้ถึงแก่ความตายเพราะบาดแผลที่ถูกทำร้าย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ จำเลยต่อสู้ว่า ป้องกันตัว ศาลชั้นต้นเห็นว่า จำเลยมีเจตนาฆ่า พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘ ให้จำคุก ๑๖ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำเบิกความของจำเลยมีประโยชน์ในการพิจารณาลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๗๘ จำคุก ๑๐ ปี จำเลยฎีกา ว่าไม่เจตนาฆ่าและเพื่อป้องกันตัว ศาลฎีกาเห็นว่า ในข้อที่จำเลยฎีกาว่าป้องกันนั้น เห็นว่าจำเลยใช้จอบตีผู้ตายในขณะที่ผู้ตายกำลังชักจอบขึ้นจากดิน หาใช่ผู้ตายยกจอบขึ้นจะตีจำเลยอีกดังที่จำเลยเบิกความไม่และจะฟังว่าจำเลยถอยไปติดคันนาก็ไม่มีพยานทั้งโจทก์จำเลยคนใดว่าเช่นนั้น ในระยะที่จอบผู้ตายติดดินอยู่นี้ จำเลยมีโอกาสจะหลีกเลี่ยงไปได้ ถ้าจำเลยไม่สมัครใจจะวิวาทกับผู้ตาย การที่จำเลยใช้จอบตีผู้ตายโดยแรงขณะที่จอบผู้ตายติดดิน แสดงว่าจำเลยมีเจตนาจะทำร้ายผู้ตายอันเนื่องมาจากด่าว่ากันอย่างรุนแรงและเกิดโมโหขึ้นมา ทั้งจำเลยและผู้ตายต่างถือจอบเป็นอาวุธพร้อมที่จะทำร้ายกันได้ พอฝ่ายผู้ตายตีจำเลยผิด จำเลยก็ตีผู้ตายได้ทันที จึงเป็นเรื่องสมัครใจวิวาทกัน จำเลยจะอ้างว่ากระทำไปเพื่อป้องกันสิทธิของจำเลยหาได้ไม่ ที่จำเลยกล่าวในฎีกาอีกข้อหนึ่งว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่านั้น เห็นว่า ผู้ตายถูกจำเลยตีที่ศีรษะ ๒ แห่ง คือ ที่กลางกระหม่อมแห่งหนึ่งแผลกว้าง ๑๓ เซ็นติเมตร ยาว ๑๘ เซ็นติเมตร กระโหลกศีรษะแตก อีกแห่งหนึ่งที่ขมับขวา แผลกว้าง ๒ เซ็นติเมตร ยาว ๙ เซ็นติเมตร กระโหลกศีรษะร้าว จอบที่จำเลยใช้ตีนั้น ยาวประมาณ ๑ วา คมจอบกว้างประมาณ ๖ นิ้วฟุต เมื่อผู้ตายถูกตีแล้วพูดอะไรไม่ได้ อยู่ได้เพียงไม่กี่ชั่วโมงก็ถึงแก่ความตาย ตามลักษณะนี้ จำเลยย่อมเล็งเห็นผลแห่งการกระทำของจำเลยอยู่ดีว่าอาจทำให้ถึงตายได้ ข้อที่จำเลยฎีกาว่าไม่มีเจตนา จึงไม่อาจฟังได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 415/2509 อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช โจทก์ นายเขิ้ม หอมเดช จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดนครศรีธรรมราช · จำเลย - นายเขิ้ม หอมเดช
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดุล รัตนปิณฑะ · เชื้อ คงคากุล · เสนอ บุณยเกียรติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายพินิจ สังขนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชิต บุณยประภัศร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 863/2486ฎีกา 2632/2529ฎีกา 8534/2544ฎีกา 1408/2547ฎีกา 4952/2536ฎีกา 8366/2542ฎีกา 2444/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา