⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 540/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การบรรยายฟ้องว่าจำเลยประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรมโดยมิได้บรรยายข้อเท็จจริงให้เห็นว่าจำเลยได้กระทำการอย่างไรอันเป็นการประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรมนั้น เป็นฟ้องที่ไม่ชัดเจนพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี และไม่ถูกต้องตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ตามมาตรา 4 แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ 2479 แก้ไขโดย พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) 2490 มาตรา 3 แสดงว่า ในการประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรมนั้น มีการกระทำซึ่งเป็นข้อเท็จจริงต่างกันและแยกกันหลายประการ เมื่อโจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยได้บังอาจประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรม มิได้บรรยายข้อเท็จจริงให้เห็นว่า จำเลยได้กระทำการอย่างไรอันเป็นการประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรม จึงไม่ชัดเจนพอให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี แม้จะบรรยายว่าจับได้ยาต่าง ๆ หลายอย่างรวมทั้งเข็มและหลอดฉีดยา เลื่อยตัด ก็ไม่อาจทำให้เข้าใจได้ว่าการกระทำผิดของจำเลยได้กระทำการอย่างไร จึงเป็นฟ้องไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา 158.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 พระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ.2542 ม.4 พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ม. 4 แก้ไขเพิ่มเติมโดย พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ 5) 2490 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยซึ่งได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาผดุงครรภ์ชั้นสอง และได้รับอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาลแผนปัจจุบันสาขาผดุงครรภ์ชั้นสอง ได้บังอาจประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรมอันมิใช่ประกอบโรคศิลปะตามประเภทและสาขาที่ได้รับอนุญาตตามข้อจำกัดและเงื่อนไขในการประกอบโรคศิลปะและมรรยาทในวิชาชีพ เป็นการละเมิดต่อมาตรา ๑๖ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๔๗๙ เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมด้วยยาชนิดต่าง ๆ หลอดฉีดยาและเข็มฉีดยา ๑ ชุด เลื่อยตัดแก้ว ๑ อัน อันเป็นเครื่องมือที่จำเลยใช้ในการกระทำผิดเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตาม พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ๒๔๗๙ มาตรา ๑๖, ๒๑ ริบของกลาง และนับโทษต่อ จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นเห็นว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม ของกลางไม่ปรากฏว่าจำเลยใช้ในการกระทำผิดอย่างไร หรือมีไว้เป็นความผิด พิพากษายกฟ้อง ของกลางคืนจำเลย โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าฟ้องโจทก์สมบูรณ์ พิพากษากลับว่าจำเลยผิดตาม พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ๒๔๗๙ มาตรา ๑๖, ๒๑ ปรับ ๔๐๐ บาท ลดรับสารภาพกึ่งหนึ่ง คงปรับ ๒๐๐ บาท ของกลางริบ ไม่นับโทษต่อ จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ตามฟ้องซึ่งโจทก์บรรยายว่า จำเลยได้บังอาจประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรมนั้น ในมาตรา ๔ แห่ง พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ ๒๔๗๙ แก้ไขโดย พ.ร.บ.ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๓ ระบุว่า การประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรม คือการบำบัดโรคด้วยยา ด้วยศัลยกรรม ด้วยแสงรัศมี ด้วยสูติกรรม หรือด้วยจิตตวิเคราะห์ แสดงว่า ในการประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรมนั้น มีการกระทำซึ่งเป็นข้อเท็จจริงต่างกันและแยกกันหลายประการ เมื่อโจทก์มิได้บรรยายข้อเท็จจริงให้เห็นว่าจำเลยได้กระทำการอย่างไรอันเป็นการประกอบโรคศิลปะสาขาเวชชกรรม ฟ้องของโจทก์จึงไม่ชัดเจนพอที่จะทำให้จำเลยเข้าใจข้อหาได้ดี แม้จะได้บรรยายว่าจับได้ยาต่าง ๆ หลายอย่าง รวมทั้งเข็มและหลอดฉีดยา เลื่อยตัด แล้ว ก็บรรยายแต่เพียงว่าเป็นเครื่องมือที่ใช้ในการกระทำผิดดังกล่าวแล้ว ไม่อาจทำให้เข้าใจได้ว่า การกระทำผิดของจำเลยได้กระทำการอย่างไร จึงเป็นฟ้องที่ไม่ถูกต้องตาม ป.วิ.อาญา มาตรา ๑๕๘ พิพากษากลับให้ยกฟ้องโจทก์ บังคับคดีตามศาลชั้นต้น. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 540/2509 พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร โจทก์ นางเจียรนัย รังคะอุไร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดพิจิตร · จำเลย - นางเจียรนัย รังคะอุไร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · จิตติ ติงศภัทิย์ · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดพิจิตร - นายสมจิต นิลกำแหง · ศาลอุทธรณ์ - นายเสลา หัมพานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1146/2526ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1992/2530ฎีกา 937/2549ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 1411/2499ฎีกา 1220/2510ฎีกา 901/2480ฎีกา 1294/2509ฎีกา 848/2545ฎีกา 884/2484ฎีกา 2292/2540ฎีกา 967/2501ฎีกา 3864/2546ฎีกา 514/2486ฎีกา 2747/2529ฎีกา 5702/2533ฎีกา 1857/2492ฎีกา 3577/2551ฎีกา 2664/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา