⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 568/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำให้การที่ขอเพิ่มเติมต้องไม่เป็นการยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้ออ้างเดิม และต้องมีสาระแก่คดี ศาลจึงจะอนุญาตให้เพิ่มเติมได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยขอยื่นคำให้การเพิ่มเติมซ้ำกับข้อต่อสู้เดิม คำให้การที่ขอเพิ่มเติมจึงไม่เป็นคำให้การที่ยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้ออ้าง ข้อเถียง ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 179(3) คำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การที่ไม่เป็นสาระแก่คดี ศาลไม่อนุญาตให้เพิ่มเติมก็ได้.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.179 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.180

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ นายประโพธ เปาโรหิตย์ โดยนายสดับ มาศกุล ผู้รับมอบอำนาจ ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและให้รื้อขนย้ายโรงเรือนออกจากที่ดินของโจทก์โดยอ้างว่าจำเลยผิดสัญญาเช่า โจทก์ได้บอกกล่าวเลิกสัญญาเช่ากับจำเลยแล้ว จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า นายสดับ มาศกุล ไม่ได้รับมอบอำนาจจากโจทก์ จำเลยเช่าที่ดินจากโจทก์โดยโจทก์ให้จำเลยสร้างเขื่อนและซื้อดินมาถม แล้วโจทก์จะนำสัญญาเช่าไปจดทะเบียนการเช่ามีกำหนด ๒๐ ปี จำเลยไม่เคยผิดนัดค้างชำระค่าเช่า โจทก์ไม่ได้บอกเลิกสัญญาเช่า จำเลยเช่าเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัย ได้รับความคุ้มครองตามพระราชบัญญัติควบคุมการเช่าเคหะและที่ดิน ขอให้ศาลบังคับโจทก์ให้จดทะเบียนการเช่าตามสัญญา หรือมิฉะนั้นก็ให้โจทก์คืนเงิน ๑๐๐,๐๐๐ บาท แก่จำเลย โจทก์ให้การปฏิเสธฟ้องแย้งของจำเลย ศาลชั้นต้นทำการชี้สองสถาน และกำหนดให้จำเลยนำสืบก่อนทุกประเด็น และได้ไปตรวจสถานที่พิพาทตามคำร้องของคู่ความในวันนั้น หลังจากนั้นศาลได้เลื่อนการสืบพยานจำเลยไปรวม ๕ ครั้ง ต่อมาจำเลยได้ยื่นคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การ ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ได้มีการชี้สองสถานแล้ว คำร้องของจำเลยยื่นภายหลังและไม่มีเหตุอันควรตามกฎหมาย ให้ยกคำร้อง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า คำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยซ้ำกับข้อต่อสู้เดิมมิได้มีข้อความเพิ่มเติมข้อต่อสู้ใหม่ ประเด็นที่ว่าจำเลยเช่าที่ดินโจทก์หรือไม่ รับกันแล้ว จะต่อสู้เพิ่มเติมว่าไม่มีหลักฐานการเช่าเป็นหนังสืออีกไม่ได้ ข้อเพิ่มเติมคำให้การของจำเลยมิใช่เป็นเรื่องที่จำเลยยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้ออ้างหรือข้อเถียงเพื่อหักล้างข้อหาดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า คำให้การเพิ่มเติมของจำเลยซ้ำกับข้อต่อสู้เดิม คำให้การที่ขอเพิ่มเติมจึงไม่เป็นคำให้การที่ยกข้อต่อสู้ขึ้นใหม่หรือเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้ออ้าง ข้อเถียง ดังที่บัญญัติไว้ในประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๙(๓) ส่วนคำร้องขอเพิ่มเติมคำให้การข้ออื่นเป็นข้อต่อสู้ที่ไม่มีสาระแก่คดี และไม่เป็นเหตุทำให้คำวินิจฉัยของศาลฎีกาเปลี่ยนแปลงแต่อย่างใด ไม่รับวินิจฉัย พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 568/2509 นายประโพธิ เปาโรหิตย์ โดยนายสดับ มาศกุล ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ นายเซียะนิ้มหรือเซียะลิ้ม แซ่ซิ้ม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประโพธิ เปาโรหิตย์ โดยนายสดับ มาศกุล ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายเซียะนิ้มหรือเซียะลิ้ม แซ่ซิ้ม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เพรียง โรจนรัส · จิตติ ติงศภัทิย์ · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายศิริ กลัมพะสุต · ศาลอุทธรณ์ - นายสว่าง ภูวะปัจฉิม
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6304/2540ฎีกา 2494/2553ฎีกา 839/2545ฎีกา 685/2550ฎีกา 2905/2552ฎีกา 1022/2552ฎีกา 2046/2531ฎีกา 7154/2551ฎีกา 7903/2568ฎีกา 551/2550ฎีกา 6258/2550ฎีกา 1117/2527ฎีกา 778/2538ฎีกา 1016/2485ฎีกา 5385/2548ฎีกา 5111/2543ฎีกา 534/2496ฎีกา 3202/2559ฎีกา 2444/2542ฎีกา 4795/2528ฎีกา 1646/2548ฎีกา 58/2531ฎีกา 4176/2528ฎีกา 6058/2551
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา