คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 684/2509
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจะสงวนที่ดินรกร้างว่างเปล่าให้เป็นที่สาธารณะประจำหมู่บ้านหรือตำบลได้นั้น ต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาประกาศหวงห้ามตามกฎหมาย และประกาศในราชกิจจานุเบกษา การกระทำอื่นใดที่ไม่เป็นไปตามขั้นตอนดังกล่าว ไม่ทำให้ที่ดินนั้นกลายเป็นที่สาธารณะหวงห้ามได้
ย่อคำพิพากษา
การที่ทางราชการจะให้อำเภอหรือจังหวัดจัดทำที่ดินสงวนไว้เป็นที่สาธารณะประจำหมู่บ้านหรือตำบลนั้น จะต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาประกาศเขตที่ดินซึ่งสงวนไว้เป็นสาธารณะ ทั้งที่นั้นก็ต้องเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่มีเอกชนเป็นเจ้าของอยู่ และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยการหวงห้ามที่พินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. 2478 มาตรา 4,5 การที่ผู้ใหญ่บ้านได้เขียนป้ายนำไปปิดประกาศไว้ว่าเป็นที่สาธารณะ นั้น ไม่ทำให้ที่ดินนั้นกลายสภาพเป็นที่สาธารณะหวงห้ามไปได้ เพราะทางการยังไม่ได้ดำเนินการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามไว้เพื่อประชาชน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองกับพวกได้สมคบกันรื้อถอนรั้วเขตที่ดินของโจทก์ และขึงลวดหนามบุกรุกที่โจทก์ โดยเจตนาจะแย่งสิทธิครอบครองของโจทก์ และเอาไม้รั้วของโจทก์ไป ขอให้พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง ให้จำเลยรื้อรั้วออกจากเขตที่ของโจทก์ เอาไม้รั้วมาคืนและปักไว้ตามสภาพเดิม หากไม่คืนให้ใช้ค่าเสียหาย.
จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน จำเลยทั้งสองไม่ได้บุกรุก เสารั้วไม้ไม่ใช่ของโจทก์ โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้อง
ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ที่พิพาทเป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดิน โจทก์ไม่อาจยกสิทธิหรืออายุความขึ้นต่อสู้ได้ และเสารั้วก็เป็นของแผ่นดินด้วย ยกฟ้องโจทก์
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์เห็นว่า ที่พิพาทเป็นของโจทก์ ไม่ใช่ที่ดินหวงห้ามตามกฎหมาย พิพากษากลับคำพิพากษาศาลชั้นต้นว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยเกี่ยวข้อง และให้นำเสารั้วไม้ไปปักไว้ในที่เดิมตามสภาพเดิม
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ทางราชการจะให้อำเภอหรือจังหวัดจัดหาที่ดินสงวนไว้เป็นที่สาธารณะประจำหมู่บ้านหรือตำบลนั้น จะต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาประกาศเขตที่ดินซึ่งสงวนไว้เป็นสาธารณะ ทั้งที่นั้นก็ต้องเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่า ไม่มีเอกชนเป็นเจ้าของอยู่ และต้องประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ. ๒๔๗๘ การที่จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้ใหญ่บ้านเขียนป้ายนำไปปิดประกาศไว้ว่า เป็นที่สาธารณะ นั้น ไม่ทำให้ที่ดินนั้นกลายสภาพเป็นที่สาธารณะหวงห้ามไปได้ เพราะทางการยังไม่ได้ดำเนินการออกเป็นพระราชกฤษฎีกาหวงห้ามไว้เพื่อประชาชน โจทก์ครอบครองที่พิพาท ทำกิน แสดงตนเป็นเจ้าของต่อเนื่องจากบิดาและพี่ชายตลอดมานานปีแล้ว ที่พิพาทเป็นของโจทก์ การที่จำเลยทั้งสองถอนเสาไม้รั้วของโจทก์ไป จึงเป็นการละเมิดสิทธิโจทก์ ต้องรับผิดต่อโจทก์
พิพากษายืน ยกฎีกาจำเลย.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 684/2509
นายสง แสนคม โจทก์
นายคง สนาน้อย ที่ 1 นายอำนวย กาญจนานุกูล ที่ 2 จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายสง แสนคม · จำเลย - นายคง สนาน้อย ที่ 1 นายอำนวย กาญจนานุกูล ที่ 2 |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายพินิจ สังขนันท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวช |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา