⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 803/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยแสดงตนว่าเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยอื่น ย่อมเป็นพฤติการณ์ที่โจทก์นำสืบเพื่อพิสูจน์ว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันประกอบการค้าได้.

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันประกอบการค้า โจทก์ย่อมนำสืบพฤติการณ์ต่าง ๆ อันจะแสดงให้เห็นได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันประกอบการค้า เช่นว่า จำเลยที่ 1 ได้แสดงตนเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ 2 ด้วยกิริยาดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1054 ได้ และศาลย่อมยกเหตุนี้ไปประกอบพยานพฤติเหตุอื่น ๆ แล้วชี้ขาดว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันประกอบการค้าได้ ไม่เป็นการวินิจฉัยเกินคำฟ้อง.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1054

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์ประกอบการค้าผ้าและเศษผ้าต่าง ๆ จำเลยทั้งสองร่วมกันประกอบการค้า และได้ร่วมกันสั่งซื้อผ้าและเศษผ้าต่าง ๆ จากโจทก์ จำเลยรับของไว้แล้วไม่ชำระราคา โจทก์ทวงถามจำเลยก็ขอผัด ไม่มีที่สิ้นสุด จึงขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระพร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ ๑ ให้การว่า ไม่เคยประกอบการค้าร่วมกับจำเลยที่ ๒ ไม่เคยสั่งซื้อผ้าและเศษผ้าจากโจทก์หรือร่วมกับจำเลยที่ ๒ สั่งซื้อ และไม่เคยรับของตามเอกสารท้ายฟ้องจากโจทก์ จำเลยที่ ๒ ขาดนัดยื่นคำให้การ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองเป็นหุ้นส่วนกันประกอบการค้า หรือแม้ว่าจำเลยที่ ๑ จะไม่ได้เป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ ๒ ก็แสดงตนด้วยกิริยายอมยกเคหะให้จำเลยที่ ๒ ดำเนินการค้า จึงต้องรับผิดต่อโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกในบรรดาหนี้ของกิจการค้าของจำเลยที่ ๒ เสมือนกับจำเลยที่ ๑ เป็นหุ้นส่วนด้วย ให้จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ค่าผ้าและดอกเบี้ยแก่โจทก์ จำเลยที่ ๑ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาว่า ไม่เชื่อว่าจำเลยที่ ๑ ได้เข้าหุ้นค้าขายกับจำเลยที่ ๒ ศาลชั้นต้นวินิจฉัยต่อไปถึงความรับผิดของจำเลยที่ ๑ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๕๔ เป็นการพิพากษาเกินไปกว่าที่ปรากฏในคำฟ้อง ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกาและถึงกรรม ภริยาได้เข้ารับมรดกความ ศาลอนุญาตแล้ว ศาลฎีกาเห็นว่า ไม่น่าเชื่อว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันประกอบการค้าดังโจทก์ฟ้อง คดีฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้ร่วมกับจำเลยที่ ๒ สั่งซื้อผ้ารายพิพาทจากโจทก์ คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสองร่วมกันประกอบการค้า โจทก์ย่อมนำสืบพฤติการณ์ต่าง ๆ อันจะแสดงให้เห็นไปได้ว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันประกอบการค้า เช่นว่า จำเลยที่ ๑ ได้แสดงตนเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ ๒ ด้วยกิริยา ดังที่บัญญัติไว้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๐๕๔ ได้ และศาลย่อมยกเหตุนี้ไปประกอบกับพยานพฤติเหตุอื่น ๆ แล้วชี้ขาดว่าจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันประกอบการค้าได้ ไม่เป็นการวินิจฉัยเกินคำฟ้อง แต่ข้อเท็จจริงในคดีนี้ฟังไม่ได้ว่าจำเลยที่ ๑ ได้แสดงตนเป็นหุ้นส่วนกับจำเลยที่ ๒ ด้วยกิริยา พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 803/2509 นายเต๊กสูน แซ่โง้ว โจทก์ นายเซี๊ยะโฮ้ว แซ่กัง ที่ 1 นายซ้ง แซ่ลี้ ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเต๊กสูน แซ่โง้ว · จำเลย - นายเซี๊ยะโฮ้ว แซ่กัง ที่ 1 นายซ้ง แซ่ลี้ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรัส สาระนาค · ศาลอุทธรณ์ - นายชลอ บุปผเวส
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4884/2543ฎีกา 5732/2552ฎีกา 609/2526ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 1339/2499ฎีกา 5801/2538ฎีกา 2834/2527ฎีกา 4637/2567ฎีกา 3099/2524ฎีกา 10755/2551ฎีกา 2983/2549ฎีกา 6366/2538ฎีกา 8366/2557ฎีกา 8884/2543ฎีกา 2572/2541ฎีกา 4041/2542ฎีกา 6039/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3886/2566ฎีกา 4269/2528ฎีกา 2520/2544
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา