⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 829/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 829/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่บุคคลต้องออกจากงานก่อนกำหนดเพราะความเสียหายต่อร่างกาย ทำให้เสียอาชีพและขาดรายได้ ถือเป็นค่าเสียหายที่ผู้ละเมิดต้องชดใช้ และศาลมีอำนาจวินิจฉัยค่าสินไหมทดแทนตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด

ย่อคำพิพากษา

ในกรณีทำให้เสียหายแก่ร่างกายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงาน และค่าเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วนทั้งในปัจจุบันและในเวลาอนาคตด้วย การที่โจทก์ต้องถูกออกจากราชการก่อนถึงกำหนดเกษียณอายุ เพราะเสียความสามารถประกอบการงาน ทำให้เสียอาชีพขาดประโยชน์ทำมาหาได้ตามปกติไป ต้องถือว่าเป็นค่าเสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ผู้ละเมิดจำต้องใช้ค่าเสียหายที่ขาดประโยชน์ทำมาหาได้นี้ ค่าสินไหมทดแทนในกรณีละเมิดจะพึงให้ใช้เพียงใด ศาลวินิจฉัยได้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.443 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.444

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1, 2 ประกอบกิจการค้าในประเภทอุตสาหกรรมทำน้ำอัดลมฯ และเป็นเจ้าของรถยนต์บรรทุกสำหรับใช้บรรทุกน้ำอัดลมในกิจการค้าของบริษัทจำเลย จำเลยที่ 3 ในฐานะลูกจ้างและตามทางการที่จ้างของจำเลยที่ 1 ได้ขับรถบรรทุกของจำเลยที่ 1 ด้วยความประมาทปราศจากความระมัดระวังอันควรเป็นวิสัยของปกติชน และด้วยความเร็วสูงไม่หยุดรถตามสัญญาณของเจ้าพนักงานตำรวจจราจร เป็นเหตุให้ชนรถสามล้อเครื่องซึ่งหยุดอยู่ตามสัญญาณของเจ้าพนักงานจราจร รถสามล้อเครื่องได้พุ่งเข้าชนโจทก์โดยแรงในขณะที่โจทก์เตรียมตัวจะเดินข้ามถนนในทางข้าม เป็นเหตุให้โจทก์ล้มพาดได้รับบาดเจ็บถึงอันตรายสาหัสและทุพพลภาพ และถูกออกจากราชการ การกระทำของจำเลยที่ 3 ทำให้โจทก์เสียหายรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 270,810 บาท 16 สตางค์ขอให้ศาล บังคับให้จำเลยทั้งสามใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์รวมทั้งดอกเบี้ย จำเลยที่ 1 ต่อสู้ว่าจำเลยไม่ต้องรับผิด เพราะจำเลยที่ 3 มิได้กระทำผิดตามฟ้อง โจทก์มิได้รับบาดเจ็บจริง มิได้เสียหายตามฟ้องการออกจากงานเป็นเรื่องของโจทก์เอง จำเลยที่ 2 ต่อสู้คดีเช่นเดียวกันกับจำเลยที่ 1 และสู้ว่าจำเลยเป็นแต่กรรมการบริษัทจำเลยที่ 1 เท่านั้น ไม่ต้องรับผิดเป็นส่วนตัว จำเลยที่ 3 รับว่าขับรถชนสามล้อเครื่องจริง แต่ไม่ได้ถูกตัวโจทก์ โจทก์ล้มไปเอง โจทก์ถูกออกจากราชการ เพราะโจทก์อ่อนแอไม่แข็งแรงอยู่ก่อน ถึงไม่ถูกรถชนก็ต้องออกเพราะลาป่วยบ่อย ๆ โจทก์ไม่ได้รับบาดเจ็บดังฟ้อง และไม่ได้เสียหายจริงดังฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า โจทก์ได้รับบาดเจ็บจากการถูกรถที่จำเลยที่ 3 ขับชนรถสามล้อเครื่องจริง แต่โจทก์ไม่พิการทุพพลภาพไปตลอดชีวิตโจทก์ออกจากราชการเพราะโจทก์อ่อนแอไม่แข็งแรงไม่ใช่เพราะการละเมิดของจำเลย ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3 ร่วมกันใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 20,210 บาท จำเลยที่ 2 ไม่ต้องรับผิดให้ยกฟ้อง โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ เฉพาะจำเลยที่ 2 ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำสั่งศาลชั้นต้นที่ไม่รับอุทธรณ์ของโจทก์ คดีสำหรับจำเลยที่ 2 จึงยุติ ศาลอุทธรณ์พิจารณาอุทธรณ์โจทก์จำเลยแล้วพิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าค่าเสียหายเกี่ยวกับค่ารักษาพยาบาลและค่าพาหนะศาลล่างพิพากษาชอบแล้ว ส่วนค่าเสียความสามารถในการประกอบการงานและค่าเสียหายในการออกจากงานเพราะร่างกายอ่อนแอเนื่องจากถูกรถชนนั้น เห็นว่าในกรณีทำให้เสียหายแก่ร่างกายนั้น ค่าสินไหมทดแทนได้แก่ค่ารักษาพยาบาลรวมทั้งค่าเสียหายที่ต้องขาดประโยชน์ทำมาหาได้เพราะไม่สามารถประกอบการงาน และค่าเสียหายเพื่อการที่เสียความสามารถประกอบการงานสิ้นเชิงหรือแต่บางส่วนทั้งในปัจจุบันและในเวลาอนาคตด้วย เมื่อโจทก์ต้องถูกออกจากราชการก่อนถึงกำหนดเกษียณอายุเพราะเสียความสามารถประกอบการงาน ทำให้เสียอาชีพขาดประโยชน์ทำมาหาได้ตามปกติไป ถือว่าเป็นค่าเสียหายตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ผู้ละเมิดจำต้องใช้ค่าเสียหายที่ขาดประโยชน์ทำมาหาได้นี้และเหตุที่ร่างกายโจทก์อ่อนแอจนต้องถูกปลดจากงานก็เพราะถูกรถจำเลยชน จำเลยจึงต้องรับผิดในผลเสียหายที่เกิดขึ้น ค่าสินไหมทดแทนในกรณีละเมิดจะพึงให้ใช้เพียงใด ศาลวินิจฉัยได้ตามควรแก่พฤติการณ์และความร้ายแรงแห่งละเมิด พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ให้จำเลยที่ 1 และที่ 3ใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ 120,210 บาท กับดอกเบี้ย ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 829/2509 นางคานนท์ หรือสังวาลย์ฯลฯ โจทก์ บริษัทเซเว่นอับบอตลิ่ง(กรุงเทพ) จำกัด กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางคานนท์ หรือสังวาลย์ฯลฯ · จำเลย - บริษัทเซเว่นอับบอตลิ่ง(กรุงเทพ) จำกัด กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์ · เกษม ทิพยจันทร์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 1479/2542ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 149/2526ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา