⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 861/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 93 แห่งประมวลกฎหมายอาญา จะกระทำได้ต่อเมื่อจำเลยเคยต้องโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดในความผิดตามมาตรา 339 วรรคสอง (ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัว) เท่านั้น หากจำเลยเคยต้องโทษจำคุกในความผิดฐานปล้นทรัพย์ตามมาตรา 339 วรรคหนึ่ง (ปล้นทรัพย์โดยใช้กำลังประทุษร้าย) การเพิ่มโทษตามมาตรา 93 จึงไม่สามารถกระทำได้ และศาลจะเพิ่มโทษตามมาตรา 92 (เพิ่มโทษสำหรับความผิดเกี่ยวกับทรัพย์) ได้เท่าที่โจทก์ขอ

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเคยต้องโทษจำคุกฐานปล้นทรัพย์ แม้จะเป็นกรณีมีการใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกายรวมอยู่ด้วย อันเป็นองค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์ก็ตาม หากในคดีหลังแม้ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานชิงทรัพย์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามมาตรา 339 และผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามมาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 80 อันเป็นความผิดต่อชีวิตก็ตาม ดังนี้ จะเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 93 ไม่ได้ ต้องเพิ่มโทษตามมาตรา 92 แม้โจทก์จะขอเพิ่มโทษตามมาตรา 93 ซึ่งเป็นบทหนักมาก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา 92 ซึ่งเป็นบทเบากว่าได้ ไม่เกินคำขอ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.192 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.92 ประมวลกฎหมายอาญา ม.93 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.339

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีนี้ โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานชิงทรัพย์และพยายามฆ่า ก่อนคดีนี้จำเลยเคยต้องโทษฐานปล้นทรัพย์ตามคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๑๑๑/๒๕๐๒ ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๓๓๙, ๙๓, ๘๐ จำเลยให้การปฏิเสธ แต่ยอมรับว่าเคยต้องโทษและพ้นโทษไปแล้วจริงตามฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙, ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ แต่ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนักให้จำคุกจำเลย ๑๒ ปี เพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา ๙๓ กึ่งหนึ่ง รวมจำคุกจำเลย ๑๘ ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ที่ยังไม่ได้คืน จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์สงสัยในคำพยานโจทก์ พิพากษายกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาได้วินิจฉัยข้อเท็จจริงและเชื่อว่าจำเลยกระทำผิดจริงดังโจทก์ฟ้อง ฎีกาโจทก์ฟังขึ้น ส่วนข้อกฎหมายศาลฎีกาได้วินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์ขอให้เพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๓ และศาลชั้นต้นก็พิพากษาให้เพิ่มโทษตามมาตรา ๙๓ ดังโจทก์ขอ ศาลฎีกาเห็นว่าในคดีก่อนศาลพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ๖ ปี ๘ เดือน ฐานปล้นทรัพย์ ซึ่งถึงแม้จะเป็นกรณีมีการใช้กำลังประทุษร้ายต่อร่างกายรวมอยู่ด้วยก็ตาม ก็เป็นเพียงองค์ประกอบความผิดฐานปล้นทรัพย์เท่านั้น ส่วนคดีนี้ถึงแม้ศาลจะพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดฐานชิงทรัพย์อันเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ และผิดฐานพยายามฆ่าผู้อื่นตามมาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ อันเป็นความผิดต่อชีวิตโดยเฉพาะ มิได้ลงโทษและกำหนดโทษจำเลยเกี่ยวกับความผิดต่อทรัพย์แต่อย่างใด ฉะนั้นศาลฎีกาจึงเห็นว่า ในกรณีเช่นนี้จะเพิ่มโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๙๓ ไม่ได้ ต้องเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา ๙๒ และถึงแม้คดีนี้โจทก์จะขอเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา ๙๓ ซึ่งเป็นบทหนักมาก็ตาม ศาลก็มีอำนาจเพิ่มโทษจำเลยตามมาตรา ๙๒ ซึ่งเป็นบทเบากว่าได้ ไม่เกินคำขอของโจทก์ จึงพิพากษากลับคำพิพากษาศาลอุทธรณ์เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๙ และมาตรา ๒๘๘ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ แต่ลงโทษตามมาตรา ๒๘๘, ๘๐ ซึ่งเป็นบทหนักที่สุดตามมาตรา ๙๐ ให้จำคุกจำเลยมีกำหนด ๑๒ ปี เพิ่มโทษจำเลยหนึ่งในสามตามมาตรา ๙๒ คงให้จำคุกจำเลย ๑๖ ปี กับให้จำเลยคืนหรือใช้ราคาทรัพย์ด้วย. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 861/2509 อัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ โจทก์ นายประยูร ตาสว่าง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดอุตรดิตถ์ · จำเลย - นายประยูร ตาสว่าง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มณี ชุติวงศ์ · อรรถไพศาลศรุดี · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดอุตรดิตถ์ - นายถนัด ลีลากุล · ศาลอุทธรณ์ - นายชวน พูนคำ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 2530/2527ฎีกา 681/2491ฎีกา 712/2559ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 1795/2493ฎีกา 4225/2559ฎีกา 620/2490ฎีกา 551/2514ฎีกา 1368/2509ฎีกา 1666/2521ฎีกา 4519/2544ฎีกา 7601/2540ฎีกา 2292/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 2108/2536ฎีกา 778/2519ฎีกา 831/2532ฎีกา 1165/2537ฎีกา 1857/2492
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา