⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 891/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์มีส่วนได้ในทรัพย์พิพาทบางส่วน ศาลควรพิพากษาแบ่งส่วนให้โจทก์จำเลยไปเสียทีเดียวตามกฎหมาย โดยไม่จำต้องให้ไปฟ้องคดีใหม่

ย่อคำพิพากษา

เดิมโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท ศาลพิพากษาว่าโจทก์จำเลยและสามีได้ครอบครองที่พิพาทร่วมกันมา จึงไม่อาจพิพากษาขับไล่ได้ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะฟ้องคดีใหม่เรียกทรัพย์ส่วนแบ่งของตนตามส่วนที่จะพึงได้ คดีนั้นถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยขอให้แสดงกรรมสิทธิ์ในนาพิพาทว่าเป็นของโจทก์ทั้งหมด และขอให้ขับไล่จำเลยกับบริวารอีก ดังนี้ ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ แต่เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์มีส่วนได้ในที่พิพาทบางส่วน ก็ควรพิพากษาแบ่งส่วนให้โจทก์จำเลยไปเสียทีเดียวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 142(2) โดยไม่จำต้องให้ไปฟ้องใหม่กันอีก.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1375

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

เดิมโจทก์ฟ้องขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารออกไปจากที่พิพาท ศาลพิพากษาว่าโจทก์จำเลยและสามีได้ครอบครองที่พิพาทร่วมกันมา จึงไม่อาจพิพากษาขับไล่ได้ ให้ยกฟ้องโจทก์ แต่ไม่ตัดสิทธิที่จะฟ้องคดีใหม่เรียกทรัพย์ส่วนแบ่งของตนตามส่วนที่จะพึงได้ คดีนั้นถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยขอให้สั่งแสดงกรรมสิทธ์ในนาพิพาทว่าเป็นของโจทก์ทั้งหมด และขอให้ขับไล่จำเลยกับบริวารอีก จำเลยต่อสู้ว่า ฟ้องของโจทก์เป็นฟ้องซ้ำ คดีขาดอายุความ นาพิพาทเป็นของจำเลยและสามี ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าคดีของโจทก์ไม่เป็นฟ้องซ้ำ ไม่ขาดอายุความ และโจทก์จำเลยต้องผูกพันคำพิพากษาคดีก่อน เมื่อโจทก์จำเลยปกครองนาพิพาทร่วมกันมาโดยมิได้ปกครองเป็นส่วนสัด จึงสันนิษฐานว่าเป็นเจ้าของคนละครึ่ง พิพากษาให้แบ่งนาพิพาทให้โจทก์จำเลยคนละครึ่ง ถ้าแบ่งกันไม่ได้ให้ประมูลระหว่างโจทก์จำเลย หรือให้ขายทอดตลาดนำเงินมาแบ่งกัน โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ว่าโจทก์มีสิทธิในนาพิพาททั้งหมด จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฟ้องของโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำ เพราะโจทก์มาฟ้องขอให้ศาลแสดงกรรมสิทธิ์ว่านาพิพาทเป็นของโจทก์ทั้งหมด และขอให้ขับไล่จำเลยและบริวารโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกับคดีก่อนนั้นอีก แต่เห็นว่า แม้โจทก์จะฟ้องเรียกทรัพย์พิพาททั้งหมด เมื่อข้อเท็จจริงฟังว่าโจทก์มีส่วนได้บางส่วน ก็ควรพิพากษาแบ่งส่วนให้โจทก์จำเลยไปเสียทีเดียวตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๑๔๒(๒) โดยไม่ต้องให้ไปฟ้องใหม่กันอีก และศาลฎีกาฟังว่าฟ้องของโจทก์ไม่ขาดอายุความ และศาลชั้นต้นงดสืบพยานจำเลยชอบแล้ว ที่พิพาทมีเนื้อที่ ๒๔ ไร่ เมื่อมารดาโจทก์ตายตกได้แก่โจทก์และสามีจำเลยคนละครึ่ง ส่วนของสามีจำเลยเมื่อตายไปแล้ว โจทก์จำเลยได้ครอบครองร่วมกันมาเกิน ๑ ปี โดยจำเลยถือว่าเป็นมรดกของสามีตน โจทก์มิได้โต้แย้งสิทธิอย่างใด โจทก์จำเลยจึงมีสิทธิครอบครองในส่วนของสามีจำเลยคนละครึ่งคือ คนละ ๖ ไร่ พิพากษาแก้ ให้โจทก์มีส่วนในนาพิพาท ๑๘ ไร่ จำเลยมี ๖ ไร่ ถ้าตกลงกันไม่ได้ให้ประมูลระหว่างโจทก์จำเลย หรือขายทอดตลาดแล้วแบ่งเงินกันตามส่วน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 891/2509 นางเพ็ง ดีโคตร์ โจทก์ นางดา ดีโคตร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางเพ็ง ดีโคตร์ · จำเลย - นางดา ดีโคตร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เกษม ทิพยจันทร์ · พจน์ ปุษปาคม · บุศย์ ขันธวิทย์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครพนม - นายเสวก จันทร์ผ่อง · ศาลอุทธรณ์ - นายบุณยเกียรติ อรชุนะกะ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 4549/2540ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 1131/2502ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 226/2532ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 4085/2559ฎีกา 1348/2508ฎีกา 4303/2530ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา