⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 962/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สัญญาว่าจ้างทนายความให้ดำเนินคดี ถือเป็นสัญญาจ้างทำของ ผู้ว่าจ้างมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ แต่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้รับจ้างสำหรับความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการบอกเลิกสัญญา แม้ความเสียหายนั้นจะไม่อาจกำหนดจำนวนเงินได้ชัดแจ้งก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างทำของ จำเลยจ้างโจทก์ว่าความ โจทก์ทำฟ้องและคำร้องขอดำเนินคดีอย่างคนอนาถาไปยื่น ศาลนัดไต่สวนและยังไม่ได้รับประทับฟ้อง จำเลยบอกเลิกสัญญากับโจทก์แล้วยื่นคำร้องขอถอนฟ้อง เป็นผลให้โจทก์ต้องหยุดดำเนินคดีให้จำเลย โจทก์ยังดำเนินคดีไม่เสร็จตามสัญญา จำเลยมีสิทธิบอกเลิกสัญญาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 605 แต่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้นให้แก่โจทก์ ค่าสินไหมทดแทน แม้โจทก์จะนำสืบไม่ได้ชัดแจ้งว่าเป็นจำนวนเงินเท่าใด ศาลก็กำหนดให้ได้ (ประชุมใหญ่ ครั้งที่ 5/2509).

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.438 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.605

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ศาลบังคับให้จำเลยชำระค่าจ้างว่าความแก่โจทก์พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยต่อสู้ว่า โจทก์ใช้กลฉ้อฉลหลอกลวงให้จำเลยฟ้องคดีว่ามีทางชนะ เมื่อจำเลยรู้สึกตัวว่าฟ้องไม่ถูกต้องและคดีขาดอายุความ ไม่มีทางชนะ จึงเลิกสัญญาจ้างกับโจทก์และขอถอนฟ้องเสีย โดยไม่ได้มีการประนีประนอมและได้รับส่วนแบ่งจากกองมรดกอย่างใด และตัดฟ้องว่า โจทก์ฟ้องเรียกค่าจ้างไม่ได้ โจทก์ปลอมสัญญาจ้างว่าความ สัญญาจึงเป็นโมฆะ สัญญาจ้างว่าความแบ่งเอาส่วนจากทรัพย์พิพาทเป็นโมฆะและยังไม่มีผลบังคับ โจทก์ฟ้องโดยไม่สุจริต และค่าจ้างไม่ควรถึงจำนวนดังฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยทำสัญญาจ้าง โจทก์ว่าความจริง โจทก์ได้ปฏิบัติหน้าที่โดยยื่นฟ้องให้แล้ว ข้อตัดฟ้องของจำเลยฟังไม่ขึ้น สัญญาจ้างมีผลบังคับได้ จำเลยขอถอนฟ้องทำให้การดำเนินกระบวนพิจารณาในคดีนั้นยุติ โจทก์ต้องหยุดการดำเนินคดีโดยไม่ใช่ความผิดของโจทก์ จึงควรได้ค่าจ้างเพียงเท่าผลงานที่ได้ทำไปแล้ว ให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ ๖๐,๐๐๐ บาท พร้อมทั้งดอกเบี้ย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าโจทก์ไม่มีสิทธิเรียกค่าจ้างตามสัญญา แต่เรียกค่าสินไหมทดแทนความเสียหายอันเกิดแต่การที่จำเลยบอกเลิกสัญญาได้ แต่โจทก์สืบแสดงความเสียหายได้ไม่แน่นอน จึงพิพากษาให้จำเลยใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่โจทก์ ๑๕,๐๐๐ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามศาลชั้นต้น โจทก์จำเลยฎีกา โดยโจทก์ขอให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น ศาลฎีกาเห็นว่า สัญญาจ้างว่าความไม่เป็นโมฆะ ไม่เป็นสัญญาแบ่งส่วนเอาจากทรัพย์พิพาทและมีผลบังคับได้ และมีมติโดยที่ประชุมใหญ่ว่า สัญญาจ้างว่าความเป็นสัญญาจ้างเหมาให้ทำของ โจทก์ทำฟ้องและคำร้องขอดำเนินคดีอย่างอนาถาไปยื่น ศาลยังไม่ได้รับประทับฟ้อง โจทก์ยังมีหน้าที่จะต้องดำเนินคดีต่อไปอีก แต่จำเลยบอกเลิกสัญญาและขอถอนฟ้อง เป็นผลให้โจทก์ต้องหยุดดำเนินคดี โจทก์จึงยังดำเนินคดีไม่เสร็จตามสัญญา จำเลยจึงมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๖๐๕ แต่ต้องใช้ค่าสินไหมทดแทนเพื่อความเสียหายอันเกิดแต่การเลิกสัญญานั้นให้แก่โจทก์ ค่าสินไหมทดแทนแม้โจทก์จะนำสืบไม่ได้ชัดแจ้ง ศาลก็กำหนดให้ได้ พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ให้จำเลยชำระเงินให้โจทก์ ๓๐,๐๐๐ บาท ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 962/2509 นายมานิตย์ สุนทรพฤกษ์ โจทก์ นายชูเชิด กระจ่าง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายมานิตย์ สุนทรพฤกษ์ · จำเลย - นายชูเชิด กระจ่าง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ พานิชอัตรา · โพยม เลขยานนท์ · อรุณ ตินทุกะสิริ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดราชบุรี - นายวชิระ รัตนสิงห์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสวัสดิ์ นราภิรมย์ขวัญ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1913/2520ฎีกา 1479/2542ฎีกา 481/2526ฎีกา 3023/2533ฎีกา 4513/2533ฎีกา 793/2546ฎีกา 2335/2551ฎีกา 464/2567ฎีกา 4192/2536ฎีกา 616-617/2518ฎีกา 8358/2538ฎีกา 1145/2512ฎีกา 283/2536ฎีกา 2738/2554ฎีกา 2499/2524ฎีกา 1211/2518ฎีกา 2252/2527ฎีกา 3390/2526ฎีกา 226/2532ฎีกา 2366/2516ฎีกา 24/2542ฎีกา 665/2530ฎีกา 19/2523ฎีกา 854/2538
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา