⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 996-997/2509

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 996-997/2509

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
- โฉนดที่ออกโดยเจ้าพนักงานที่ดินโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้โอนไม่มีกรรมสิทธิ์ตามโฉนดนั้น และการโอนโฉนดดังกล่าวให้ผู้อื่นต่อไปก็ไม่ก่อให้เกิดกรรมสิทธิ์แก่ผู้รับโอน - ผู้ได้กรรมสิทธิ์ทางทะเบียนซึ่งโฉนดออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย จะนำบทบัญญัติเรื่องการได้มาซึ่งสิทธิโดยการแสดงเจตนาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1299 วรรค 2 มาใช้ยันแก่เจ้าของที่ดินเดิมไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

คำให้การสู้คดีของจำเลยได้ตั้งประเด็นข้อต่อสู้ไว้ว่า โฉนดที่ 2884 ของโจทก์ออกทับที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของมาก่อน โฉนดที่ 2884 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ขอออกโฉนดจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดนั้น ดังนี้ การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโฉนดที่ 2884 ของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่เป็นการนอกประเด็น ผู้โอนขอออกโฉนดที่ดินทับที่ดินของผู้อื่นและเจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดให้โดยไม่มีอำนาจโฉนดที่ออกมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้โอนจึงไม่มีกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่เจ้าพนักงานที่ดินออกให้ การที่ผู้โอนได้โอนโฉนดดังกล่าวให้ผู้อื่นต่อไปจึงเป็นการโอนสิ่งซึ่งตนไม่มีกรรมสิทธิ์ และหาก่อให้เกิดกรรมสิทธิ์แก่ผู้รับโอนไม่ (อ้างฎีกาที่ 897/2477) เมื่อโฉนดซึ่งเป็นหลักฐานทางทะเบียนออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายผู้ได้กรรมสิทธิ์ทางทะเบียนจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1299 วรรค 2 มาใช้ยันแก่เจ้าของที่ดินมาแต่ดั้งเดิมไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษาคดีทั้งสองสำนวนนี้รวมกันมา โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ที่พิพาท โดยโจทก์ซื้อมาและได้จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมาย จำเลยได้เข้ามาปลูกบ้านในที่โจทก์คนละหลังและทำนาในที่โจทก์คนละตอน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหาย โจทก์ได้บอกกล่าวให้จำเลยใช้ค่าเสียหายและออกไปจากที่ดินโจทก์ จำเลยไม่ปฏิบัติตาม ขอให้ศาลบังคับ โจทก์ขอถอนฟ้องจำเลยที่ ๒ ในสำนวนแรก ในสำนวนแรก จำเลยที่ ๑ ต่อสู้ว่าที่พิพาทนายชื่นเกิดบัว ปู่ของนางแฉ่งภริยาจำเลยยกให้ จำเลยได้ครอบครองมา ได้เสียภาษีบำรุงท้องที่และแจ้งการครอบครองแล้ว จำเลยที่ ๓ ต่อสู้ว่า ที่พิพาทสามีจำเลยซื้อจากนายสิน เกิดบัว ได้ครอบครองมา ได้เสียเงินบำรุงท้องที่และแจ้งการครอบครองแล้ว จำเลยที่ ๔ และที่ ๕ ต่อสู้ว่านายชุ่ม เกิดบัว ได้ยกที่พิพาทให้บิดาจำเลยที่ ๔ จำเลยที่ ๔ ได้ครอบครองมาได้ เสียภาษีบำรุงท้องที่และแจ้งการครอบครองแล้ว จำเลยที่ ๕ เป็นบุตรจำเลยที่ ๔ ในสำนวนหลัง จำเลยที่ ๑ และนางทองหล่อจำเลยร่วมต่อสู้ว่า นายชุ่มได้ยกที่พิพาทให้แก่จำเลยทั้งสอง ได้ครอบครองเสียเงินบำรุงท้องที่มา และแจ้งการครอบครองแล้ว จำเลยที่ ๒ และนางฉ่างนางสังวาลย์ พินหอม จำเลยร่วมต่อสู้ว่าจำเลยร่วมซื้อที่พิพาทจากนายถึก จำเลยที่ ๒ เช่าจากจำเลยร่วม จำเลยได้ครอบครองและได้จดทะเบียนสิทธิการครอบครองแล้ว นอกจากนี้จำเลยทั้งสองสำนวนต่อสู้ว่า นายสกล สามเสน ได้ขอรังวัดออกโฉนดทับที่ที่จำเลยและบุคคลอื่นครอบครองอยู่ และได้โอนเปลี่ยนมือให้บุคคลอื่นต่อมาโดยไม่สุจริต คณะกรรมการสำรวจออกโฉนดที่ดินได้มีมติให้เพิกถอนโฉนด และออกโฉนดใหม่ให้จำเลย โจทก์ทราบเรื่องดีอยู่แล้วและตัดฟ้องว่าโจทก์รับโอนมาโดยไม่สุจริต ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า ที่พิพาทจำเลยมีสิทธิครอบครองอยู่ก่อน นายสกลขอออกโฉนดทับที่ดินของจำเลยโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย โฉนดนั้นจึงเป็นโมฆะ ผู้รับโอนโฉนดนั้นต่อไป จึงไม่มีสิทธิดีกว่าผู้โอน โจทก์รู้ดีในขณะซื้อว่าจำเลยทุกคนได้ครอบครองที่ดินพิพาทมากว่า ๑๐ ปี จึงอ้างไม่ได้ว่าซื้อโดยสุจริต จำเลยทุกคนมีสิทธิครอบครองอยู่ก่อน แม้จะไม่ได้จดทะเบียนสิทธิ ก็ยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้ได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ ยกฟ้องโจทก์ทั้งสองสำนวน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า นายสกล สามเสน ได้ขอออกโฉนดทับที่พิพาทซึ่งจำเลยครอบครองอยู่ที่โจทก์ฎีกาว่าโฉนดของโจทก์ไม่เป็นโมฆะ จำเลยมิได้ฟ้องแย้งขอให้ทำลายโฉนด แต่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่าโฉนดของโจทก์เป็นโมฆะ เป็นการวินิจฉัยนอกประเด็นนั้น เห็นว่า คำให้การต่อสู้คดีของจำเลยได้ตั้งประเด็นข้อต่อสู้ไว้ว่า โฉนดที่ ๒๘๘๔ ของโจทก์ออกทับที่ดินพิพาทซึ่งจำเลยครอบครองเป็นเจ้าของมาก่อน โฉนดที่ ๒๘๘๔ จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย ผู้ขอออกโฉนดจึงไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินตามโฉนดนั้น ฉะนั้น การที่ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์วินิจฉัยว่า โฉนดที่ ๒๘๘๔ ของโจทก์ไม่ชอบด้วยกฎหมายจึงไม่เป็นการนอกประเด็น นายสกล สามเสน ขอออกโฉนดทับที่ดินของจำเลย และเจ้าพนักงานที่ดินได้ออกโฉนดให้โดยไม่มีอำนาจ โฉนดที่ออกมาจึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีกรรมสิทธิ์ตามโฉนดที่เจ้าพนักงานที่ดินออกให้ ดังนัยฎีกาที่ ๘๙๗/๒๔๗๗ การที่นายสกล สามเสน ได้โอนโฉนดให้ผู้อื่นต่อไป จึงเป็นการโอนสิ่งซึ่งตนไม่มีกรรมสิทธิ์ และหาก่อให้เกิดกรรมสิทธิ์แก่ผู้รับโอนไม่ และจะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๒๙๙ วรรค ๒ มาใช้ยันแก่จำเลยผู้เป็นเจ้าของที่พิพาทแต่ดั้งเดิมไม่ได้ เพราะโฉนดซึ่งเป็นหลักฐานทางทะเบียนออกมาโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยว่าผู้รับโอนต่อจากนายสกล สามเสน คนใดคนหนึ่งได้รับโอนมาโดยสุจริต และเสียค่าตอบแทนบ้างหรือไม่ พิพากษายืน ยกฎีกาโจทก์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 996 - 997/2509 นายพยอม พุทธลีลาส ที่ 1 นางมัลลิกา คงตระกูล ที่ 2 โจทก์ นายอยู่ สุขสวัสดิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน จำเลย นายพยอม พุทธลีลาส ที่ 1 นางมัลลิกา คงตระกูล ที่ 2 โจทก์ นายถวิล เกิดบัว ที่ 1 นายรวยหรือสำรวย ชมพิกุล ที่ 2 จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความ1 - นายพยอม พุทธลีลาส ที่ · โจทก์ - นางมัลลิกา คงตระกูล ที่ 2 · จำเลย - นายอยู่ สุขสวัสดิ์ ที่ 1 กับพวกรวม 5 คน · 1 - นายพยอม พุทธลีลาส ที่ · โจทก์ - นางมัลลิกา คงตระกูล ที่ 2 · 1 - นายถวิล เกิดบัว ที่ · จำเลย - นายรวยหรือสำรวย ชมพิกุล ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวิง ลัดพลี · สัญญา ธรรมศักดิ์ · สอาด นาวีเจริญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสมุทรปราการ - นายขจร หะวานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายไฉน บุญยก
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1721/2528ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2572/2541ฎีกา 861/2540ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529ฎีกา 2610/2538ฎีกา 5494/2541ฎีกา 2635/2527ฎีกา 6663/2538ฎีกา 4085/2559ฎีกา 3827/2542ฎีกา 759/2519ฎีกา 1250/2517ฎีกา 367/2495ฎีกา 7012/2543ฎีกา 590/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา