⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1019/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019/2510

พ.ร.บ.ให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ม.5 · ป.วิ.แพ่ง ม.145

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
คำพิพากษาถึงที่สุดในคดีก่อนย่อมใช้ยันบุคคลภายนอกได้ เว้นแต่บุคคลภายนอกจะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า

ย่อคำพิพากษา

โจทก์นำยึดที่ดินของจำเลย แต่ปรากฏว่าที่ดินที่โจทก์นำยึดนี้น ศาลเคยมีคำพิพากษาถึงที่สุดไว้แล้วในคดีเรื่องหนึ่งว่าเป็นของผู้ร้อง คำพิพากษานั้นย่อมใช้ยันโจทก์ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดีดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 145 (2) เว้นแต่โจทก์จะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า โดยแสดงได้ว่ามีแปลงนั้นเป็นของจำเลย เพียงแต่มีชื่อเป็นผู้แจ้งการครอบครองใน ส.ค.1 หาพอฟังว่าตนเป็นผู้ครอบครองที่ดินนั้นไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 พระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.2497 ม.5

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์เป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาได้นำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดทรัพย์ของจำเลยผู้ร้องจึงยื่นคำร้องว่า ที่ดินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องขอให้ศาลสั่งปล่อย โจทก์คัดค้านว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย จำเลยครอบครองมากว่า ๒๐ ปี และตาม ส.ค.๑ ก็ปรากฏชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ ขอให้ยกคำร้องของผู้ร้อง ศาลชั้นต้นสั่งให้ถอนการยึดที่พิพาท โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ที่พิพาทได้เคยถูกโจทก์ในสำนวนคดีแพ่งเรื่องอื่นนำเจ้าพนักงานบังคับคดียึดเพื่อขายทอดตลาดแล้วครั้งหนึ่งและผู้ร้องได้ร้องขัดทรัพย์จนศาลอุทธรณ์พิพากษาว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้อง คดีถึงที่สุดแล้ว คำพิพากษาดังกล่าวจึงใช้ยันโจทก์ในคดีนี้ซึ่งเป็นบุคคลภายนอกคดีดังกล่าวได้ตามประมวลกฎหมายพิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๕ (๒) เว้นแต่โจทก์จะพิสูจน์ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่า โดยแสดงได้ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลย ตนมีสิทธินำยึดมาขายทอดตลาดได้ โจทก์จึงจะชนะคดี แต่คดีนี้การนำสืบของโจทก์ในข้อที่ว่าที่พิพาทเป็นของจำเลยยังฟังไม่ได้ ที่โจทก์อ้างว่าใน ส.ค.๑ มีชื่อจำเลยเป็นเจ้าของ จำเลยจึงต้องเป็นเจ้าของผู้ครอบครองที่พิพาทนั้น ศาลฎีกาเห็นว่าเพียงแต่มีชื่อเป็นผู้แจ้งการครอบครองใน ส.ค.๑ หาพอฟังว่าตนเป็นผู้ครอบครองที่ดินนั้นได้ไม่ เพราะผู้แจ้งอาจได้รับใช้จากเจ้าของผู้ครอบครองอันแท้จริงให้มาแจ้งแทนก็ได้ดังที่ผู้ร้องได้นำสืบว่าตนให้จำเลยมาแจ้งการครอบครองแทนจนศาลฟังว่าที่พิพาทเป็นของผู้ร้อง จึงถือได้ว่าโจทก์พิสูจน์ไม่ได้ว่าตนมีสิทธิดีกว่าผู้ร้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1019/2510 นางสาวหวังจิ โจทก์ นายเขียว ปรั่งพันธ์ จำเลย นายหมี ปรั่งพันธ์ ผู้ร้องขัดทรัพย์

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางสาวหวังจิ · จำเลย - นายเขียว ปรั่งพันธ์ · ผู้ร้องขัดทรัพย์ - นายหมี ปรั่งพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)แถม สิริสาลี · ชิค บุณยประภัศร · ลออง จุลกะเศียน
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดตรัง - นายเพียร สุมิระ · ศาลอุทธรณ์ - นายเพี้ยง บุญรักษา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 79/2501ฎีกา 2057/2529ฎีกา 13566/2558ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 2345/2540ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 15617/2558ฎีกา 8747/2558ฎีกา 5007/2540ฎีกา 7631/2552ฎีกา 958/2552
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา