⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1212/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1212/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขายทรัพย์สินอันเป็นกรรมสิทธิ์รวม จะต้องกระทำได้เฉพาะส่วนของเจ้าของรวมที่ยังคงเป็นกรรมสิทธิ์รวมอยู่เท่านั้น หากเจ้าของรวมได้แบ่งทรัพย์สินกันแล้วและส่วนใดตกเป็นกรรมสิทธิ์เด็ดขาดของผู้ใด จะนำส่วนนั้นไปขายรวมกับส่วนอื่นไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

ศาลชั้นต้นสั่งให้ขายที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลย โดยยังไม่รู้ว่าที่ดินส่วนของจำเลยเป็นดังผู้ร้องอ้างหรือเป็นดังโจทก์และจำเลยอ้าง จึงยังไม่ถูกต้อง ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขายที่ดินทั้งแปลงโดยไม่วินิจฉัยว่าที่ดินแปลงนี้เจ้าของรวมได้แบ่งทรัพย์สินกันแล้วหรือยัง จึงไม่ถูกต้องเพราะถ้าได้แบ่งที่ดินส่วนใดเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องเด็ดขาดไปแล้ว จะขายที่ดินรวมถึงส่วนของผู้ร้องไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.283 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.284 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1357 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1360

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

จำเลยทำยอมใช้เงินโจทก์แล้วไม่ใช้โจทก์จึงนำยึดที่ดินพิพาท ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า โจทก์นำยึดที่ดินทั้งแปลง มิได้ยึดเฉพาะส่วนของจำเลยขอให้ยึดและขายทอดตลาดเฉพาะส่วนของจำเลย โจทก์ให้การว่า จำเลย ผู้ร้อง และบุตรหลานจำเลย ปกครองที่พิพาทร่วมกันมา การขายทอดตลาดเฉพาะส่วนของจำเลยจะทำให้ราคาตกต่ำไม่พอกับหนี้ จำเลยแถลงว่า ที่ดินแปลงนี้ยังปกครองรวม ๆ กันอยู่ มิได้แยกกันครอบครองเป็นส่วนสัด ถ้าจะขายเฉพาะส่วนของจำเลยจะทำให้จำเลยเสียหายเพราะหาคนซื้อยากและจะได้ราคาต่ำ ศาลชั้นต้นสั่งให้ขายเฉพาะส่วนของจำเลย โจทก์จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่าที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยยังไม่มีการแยกครอบครองเป็นส่วนสัด ถ้าขายเฉพาะส่วนของจำเลย นอกจากจะได้ราคาต่ำแล้ว ยังต้องหักใช้หนี้จำนองโจทก์อาจต้องเสียหาย พิพากษาแก้ให้ขายทอดตลาดที่ดินที่โจทก์นำยึดทั้งแปลง ผู้ร้องฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าเรื่องนี้ ตามคำร้องผู้ร้องยืนยันว่าจำเลยและผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมคนอื่น ๆ ได้แยกการครอบครองกันเป็นสัดส่วนตามแผนที่สังเขปท้ายคำร้อง โจทก์และจำเลยก็เถียงว่า จำเลยและผู้มีกรรมสิทธิ์คนอื่น ๆ ปกครองร่วมกันมา ไม่ได้แยกการครอบครองเป็นสัดส่วน ข้อเท็จจริงในเรื่องนี้จึงยังโต้เถียงกันอยู่ ศาลชั้นต้นสั่งให้ขายที่ดินเฉพาะส่วนของจำเลยโดยยังไม่รู้ว่าที่ดินส่วนของจำเลยเป็นดังผู้ร้องอ้างหรือดังโจทก์และจำเลยอ้าง จึงยังไม่ถูกต้อง ส่วนที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ขายที่ดินทั้งแปลงโดยไม่วินิจฉัยว่าที่ดินแปลงนี้เจ้าของรวมได้แบ่งทรัพย์สินกันแล้วหรือยัง ก็ไม่ถูกต้องเพราะถ้าได้แบ่งที่ดินส่วนใดเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องเด็ดขาดไปแล้ว ก็จะขายที่ดินรวมถึงส่วนของผู้ร้องไม่ได้ คำพิพากษาฎีกาที่ศาลอุทธรณ์อ้างนั้น ไม่มีข้อโต้เถียงว่าผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมได้แยกการครอบครองกันเป็นสัดส่วนแล้วหรือไม่ จึงจะนำมาเป็นบรรทัดฐานไม่ได้ ศาลชั้นต้นยังมิได้ทำการไต่สวนคำร้องของผู้ร้อง ก็ยังไม่ชอบที่จะมีคำสั่งในเรื่องนี้ พิพากษายกคำสั่งศาลชั้นต้นและคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นไต่สวนแล้วมีคำสั่งใหม่ตามรูปคดี. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1212/2510 นายลิขิต รักวานิช โจทก์ นายเปล่ง ป้อมป้องศึก จำเลย นาวาอากาศตรีเปรื่อง ป้อมป้องศึก ผู้ร้อง

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายลิขิต รักวานิช · จำเลย - นายเปล่ง ป้อมป้องศึก · ผู้ร้อง - นาวาอากาศตรีเปรื่อง ป้อมป้องศึก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ทองคำ จารุเหติ · ยง เหลืองรังษี · นิคม ชัยอาญา
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายจรัญ อิศระ · ศาลอุทธรณ์ - นายประจบ เสาวรรณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 945/2537ฎีกา 1864/2518ฎีกา 7662/2546ฎีกา 5378/2544ฎีกา 8091/2544ฎีกา 1427/2493ฎีกา 245/2531ฎีกา 7092/2538ฎีกา 5283/2540ฎีกา 1606/2500ฎีกา 643/2497ฎีกา 437/2508ฎีกา 7051/2540ฎีกา 5768/2534ฎีกา 533/2511ฎีกา 5438/2537ฎีกา 1413/2508ฎีกา 265/2534ฎีกา 5050/2541ฎีกา 1128/2506ฎีกา 953/2505ฎีกา 2820/2523ฎีกา 2610/2538ฎีกา 410/2493
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา