⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1231-1232/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1231-1232/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การรับบุตรบุญธรรมที่มิได้จดทะเบียนตามกฎหมาย ไม่ก่อให้เกิดสิทธิในการรับมรดก 2. การยกทรัพย์สินให้โดยเสน่หาเมื่อผู้ยกถึงแก่ความตาย ถือเป็นพินัยกรรม หากไม่ทำตามแบบที่กฎหมายกำหนด ย่อมไม่มีผลบังคับ 3. สัญญาแบ่งปันทรัพย์สินที่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญา ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

บุตรบุญธรรมที่มิได้มีการจดทะเบียนตามกฎหมาย ไม่มีสิทธิรับมรดกของผู้รับบุตรบุญธรรม พูดยกที่พิพาทให้ โดยเป็นเรื่องที่สั่งเผื่อไว้เมื่อผู้พูดถึงแก่กรรมแล้ว มิได้ยกให้ในขณะนั้น ถือว่าเป็นพินัยกรรม ถ้าไม่ได้ทำเป็นพินัยกรรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย ก็ไม่มีผลแต่อย่างใด ตกลงยอมแบ่งที่พิพาทกัน แต่ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญา ย่อมไม่มีผลที่บังคับกันได้ตามกฎหมาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.851 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1585 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1627 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1646 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1648 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1655

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดี ๒ สำนวนนี้ศาลชั้นต้นพิจารณาพิพากษารวมกัน สำนวนแรกโจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นพี่น้องร่วมบิดามารดากับนางพริ้ง นางพริ้งตายเมื่อปี ๒๔๙๘ ก่อนตายนางพริ้งมีที่ดิน ๑ แปลง และตกลงยกให้โจทก์ โดยให้โจทก์ชำระหนี้แทนนางพริ้ง ปี ๒๕๐๕ จำเลยไปยื่นขอโอนมรดกที่แปลงนี้ จึงขอให้แสดงว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ สำนวนหลังโจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑-๖ เข้าไปไถนาพิพาทและแย่งการครอบครองของโจทก์ โดยจำเลยที่ ๗ (จำเลยในคดีแรก) เป็นผู้ใช้ ขอให้ศาลขับไล่ และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยสำนวนแรกให้การว่าเป็นบุตรบุญธรรมของนางพริ้ง เมื่อนางพริ้งตายได้ตกลงกับโจทก์แบ่งที่พิพาทกัน กรรมสิทธิ์และสิทธิครอบครองที่พิพาทส่วนที่เป็นของจำเลยจึงเป็นของจำเลยโดยชอบ ส่วนจำเลยที่ ๑-๖ ในสำนวนหลังให้การว่าเช่าที่พิพาทจากจำเลยที่ ๗ ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ยกฟ้องโจทก์ทั้ง ๒ สำนวน โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์ ให้ขับไล่จำเลยทุกคน และให้จำเลยใช้ค่าเสียหาย จำเลยทั้ง ๒ สำนวนฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของนางพริ้ง บทกฎหมายที่จะนำมาปรับแก่คดีจึงต้องใช้ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๘๕ ซึ่งบัญญัติว่า การรับบุตรบุญธรรมจะสมบูรณ์ต่อเมื่อได้จดทะเบียนตามกฎหมาย เมื่อไม่มีการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมจำเลยก็ไม่มีสิทธิที่จะรับมรดกของนางพริ้ง ส่วนข้อที่นางพริ้งพูดยกที่พิพาทให้โจทก์จำเลยคนละครึ่งนั้น เป็นเรื่องที่นางพริ้งสั่งเผื่อไว้เมื่อนางพริ้งถึงแก่กรรมแล้ว มิได้มีการยกที่พิพาทให้ในขณะนั้น คำสั่งนี้จึงถือว่าเป็นพินัยกรรม แต่นางพริ้งไม่ได้ทำเป็นพินัยกรรมให้ถูกต้องตามกฎหมาย จึงไม่มีผลแต่อย่างใด และที่จำเลยฎีกาว่าเมื่อเจ้าพนักงานที่ดินไปทำการรังวัด โจทก์จำเลยได้ตกลงแบ่งกันคนละครึ่ง จึงเป็นสัญญาประนีประนอมยอมแบ่งมรดกแล้วนั้น ศาลฎีกาฟังว่าเจ้าพนักงานที่ดินไม่ได้บันทึกไว้เป็นหนังสือ จึงเห็นว่าการประนีประนอมกันนี้ไม่มีหลักฐานเป็นหนังสือลงลายมือชื่อคู่สัญญา ไม่มีผลที่บังคับกันได้ตามกฎหมาย เมื่อภายหลังโจทก์กลับใจไม่ยอมแบ่งให้จำเลย จำเลยจะอ้างว่าได้ทำการตกลงแบ่งกันแล้วย่อมไม่มีผลตามกฎหมาย และเห็นว่าเมื่อคดีฟังเป็นยุติว่าที่พิพาทเป็นของโจทก์แล้ว การที่จำเลยเข้าไปทำนาในที่พิพาทโดยไม่มีสิทธิอะไร ก็ย่อมถือว่าเป็นการทำละเมิดต่อโจทก์ จำเลยต้องรับผิดต่อโจทก์ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1231 - 1232/2510 นางโต๊ะ โคสอน โจทก์ นายวิจิตร ศรธานี จำเลย นางโต๊ะ โคสอน โจทก์ นายทา กองแก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางโต๊ะ โคสอน · จำเลย - นายวิจิตร ศรธานี · โจทก์ - นางโต๊ะ โคสอน · จำเลย - นายทา กองแก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · กิตติ สีหนนทน์ · เนิ่น กฤษณะเศรนี
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดฉะเชิงเทรา - นายบรรเทอง ภู่กฤษณา · ศาลอุทธรณ์ - นายกิ่ง ศาลิคุปต์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 22/2511ฎีกา 4513/2533ฎีกา 3651/2526ฎีกา 2834/2527ฎีกา 246/2530ฎีกา 8203/2538ฎีกา 1538/2518ฎีกา 149/2526ฎีกา 1083/2540ฎีกา 1124/2479ฎีกา 7335/2538ฎีกา 3452/2537ฎีกา 861/2540ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 898/2534ฎีกา 307/2513ฎีกา 1660/2518ฎีกา 560/2529ฎีกา 311/2538ฎีกา 713/2512
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา