คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1295/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การครอบครองทรัพย์สินที่ได้มาโดยการรับมรดกหรือรับโอนมานั้น สามารถนับระยะเวลาครอบครองต่อเนื่องกับระยะเวลาครอบครองของผู้โอนได้
* การครอบครองปรปักษ์ไม่จำเป็นต้องมีการแจ้งการครอบครองหรือเสียภาษีบำรุงท้องที่
* ผู้ซื้อที่ดินโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตแล้ว จะยกเหตุที่ผู้ครอบครองปรปักษ์ไม่ได้จดทะเบียนสิทธิขึ้นกล่าวอ้างหาได้ไม่
ย่อคำพิพากษา
บุตรรับโอนที่ดินมาจากบิดามารดา ในระหว่างที่บิดามารดาครอบครอง ได้แลกทำนาที่นาโอนนั้นกับที่นาของบุคคลภายนอก โดยไม่ใช่เป็นการแลกเปลี่ยนกรรมสิทธิ์ ดังนี้ ถือว่าบุคคลภายนอกทำนาที่นาที่โอนนั้นโดยอาศัยสิทธิของบิดามารดา เท่ากับบิดามารดาเป็นผู้ครอบครอง ย่อมนับเวลานั้นเข้ากับเวลาครอบครองของบุตรผู้รับโอนได้ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1385
แม้จะไม่ได้แจ้งการครอบครองหรือเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่ดินที่ครอบครองปรปักษ์ก็ไม่ทำให้สิทธิครอบครองของผู้ครอบครองปรปักษ์เสียไป
ผู้ซื้อที่ดินโดยสุจริตและได้จดทะเบียนสิทธิโดยสุจริต ถูกแย่งการครอบครองเกินกว่า 10 ปี จะยกเหตุที่ผู้ครอบครองปกปักษ์ไม่ได้จดทะเบียนสิทธิขึ้นกล่าวอ้างหาได้ไม่
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกที่ดินของโจทก์ ขอให้ห้ามไม่ให้จำเลยและบริวารเกี่ยวข้องกับที่พิพาท และใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์
จำเลยให้การว่า ที่พิพาทเป็นของจำเลย แม้ที่พิพาทจะอยู่ในโฉนดของโจทก์ก็เป็นของจำเลยโดยการครอบครอง และหากเป็นการละเมิด ก็ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง
ศาลชั้นต้นฟังว่า จำเลยครอบครองที่พิพาทอย่างเป็นเจ้าของมากว่า ๑๐ ปีได้กรรมสิทธิ์ พิพากษายกฟ้อง
โจทก์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า บิดามารดาจำเลยได้ครอบครองที่พิพาทตลอดมาเป็นเวลากว่า ๔๐ ปี ต่อมาได้โอนให้แก่จำเลย แม้จะได้ความว่านางรอดกับบิดามารดาจำเลยแลกที่พิพาทกับที่ดินนางรอดทำนาก็เพื่อความสะดวก มิใช่เป็นการแลกเปลี่ยนโอนกรรมสิทธิ์ นางรอดทำนาที่พิพาทโดยอาศัยสิทธิของบิดามารดาจำเลย จึงนับเวลาที่บิดามารดาครอบครองมา รวมกับเวลาที่จำเลยครอบครองในภายหลังได้ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๓๘๕
แม้จำเลยจะไม่ได้แจ้งการครอบครองที่พิพาทหรือเคยเสียภาษีบำรุงท้องที่ที่พิพาท ก็ไม่ทำให้สิทธิครอบครองของจำเลยเสียไป
ถึงแม้โจทก์จะซื้อที่พิพาทมาโดยสุจริต และจดทะเบียนสิทธิโดยสุจริตก็จะยกเหตุที่จำเลยมิได้จดทะเบียนสิทธิกล่าวอ้างหาได้ไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1295/2510
นางวัน ภู่หนู โดยนายแว่ว ภู่หนู ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์
นายแผ้ว จาดโต จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางวัน ภู่หนู โดยนายแว่ว ภู่หนู ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - นายแผ้ว จาดโต |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | โพยม เลขยานนท์ · อดุล รัตนปิณฑะ · อดุล รัตนปิณฑะ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดนนทบุรี - นายธาดา วัชรานนท์ · ศาลอุทธรณ์ - นายเนิ่น กฤษณะเศรนี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา