⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 202/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2510

ป.อาญา ม.390, 391 · พ.ร.บ.จราจรทางบก ม.29 · ป.วิ.อาญา ม.2

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้เสียหายในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรทางบก บาดแผลที่เกิดจากการถูกทำร้ายร่างกาย หากไม่เป็นอันตรายแก่กายหรือจิตใจ หรือไม่ถึงกับเป็นเหตุให้ป่วยባድเจ็บ หรือทุพพลภาพ หรือมีลักษณะตามที่กฎหมายกำหนดไว้ ไม่เป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้เกิดอันตรายแก่กายหรือจิตใจตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 390

ย่อคำพิพากษา

ความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรนั้น โจทก์ร่วมไม่ใช่เป็นผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานนี้โดยตรง จึงไม่ใช่ผู้เสียหาย รอยบาดเจ็บเพียงโหนกแก้มถลอกโตกลมประมาณ 3 เซ็นติเมตร เข่าบวมโตกลมประมาณ 5 เซ็นติเมตร ข้อศอกหนังถลอกโตกลมประมาณ 5 เซ็นติเมตร รักษาประมาณ 4 วัน ยังไม่เป็นอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 390

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายอาญา ม.390 ประมวลกฎหมายอาญา ม.391 พระราชบัญญัติจราจรทางบก พ.ศ.2477 ม.29

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.390 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.391 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้เสียหายได้รับบาดเจ็บ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติจราจรและประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๙๐ ให้ปรับ ๖๐๐ บาท จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า สำหรับความผิดพระราชบัญญัติจราจรฯ โจทก์ร่วมไม่ใช่ผู้ได้รับความเสียหายเนื่องจากการกระทำผิดฐานนี้โดยตรง โจทก์ร่วมจึงไม่ใช่ผู้เสียหายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๒(๔) ไม่มีสิทธิฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดตามพระราชบัญญัติจราจร สำหรับความผิดฐานขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กาย อันเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙๐ นั้น ปรากฏว่านายวิชัยโจทก์ร่วมได้รับบาดเจ็บเพียงโหนกแก้มขวาหนังถลอกโตกลมประมาณ ๓ เซ็นติเมตร เข่าขวาบวมโตกลมประมาณ ๕ เซ็นติเมตร ศอกซ้ายรอยหนังถลอกโตกลมประมาณ ๕ เซ็นติเมตร รักษาประมาณ ๔ วัน ยังถือไม่ได้ว่านายวิชัยโจทก์ร่วมได้รับอันตรายแก่กายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๙๐ เมื่อคดีไม่มีทางลงโทษตามมาตรา ๓๙๐ ได้ ศาลฎีกาไม่จำต้องวินิจฉัยว่าการกระทำของจำเลยเป็นการกระทำโดยประมาทหรือไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 202/2510 ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ โจทก์ นายสำเริง ปิยะดิษฐ์ ล. นายวิชัย ลาภากรณ์ และนาวสาวไพพรรณ พัทธระนัย ผู้เสียหาย โจทก์ร่วม

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ผู้ว่าคดีศาลแขวงพระนครเหนือ · ล. - นายสำเริง ปิยะดิษฐ์ · โจทก์ร่วม - นายวิชัย ลาภากรณ์ และนาวสาวไพพรรณ พัทธระนัย ผู้เสียหาย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วงษ์ วีระพงศ์ · โพยม เลขยานนท์ · มณี ชุติวงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแขวงพระนครเหนือ - นายสมหมาย มณีรัตน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายอัศนี เกาไศยนันท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 8080/2538ฎีกา 313/2526ฎีกา 1872/2563ฎีกา 618/2568ฎีกา 730/2486ฎีกา 4225/2559ฎีกา 754/2486ฎีกา 2252/2560ฎีกา 11720/2555ฎีกา 16867/2557ฎีกา 1298/2501ฎีกา 389/2542ฎีกา 5138/2537ฎีกา 404/2497ฎีกา 2794/2516ฎีกา 276/2520ฎีกา 3588/2564ฎีกา 2680/2531ฎีกา 1813/2531ฎีกา 10552/2553ฎีกา 3620/2566ฎีกา 420-421/2507ฎีกา 2386/2541ฎีกา 2027/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา