⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 205/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 205/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดขึ้นโดยทันทีทันใดในขณะที่ถูกทำร้ายจนมึนงงและไม่สามารถเลือกหรือกำหนดเป้าหมายได้ อาจไม่ถือว่ามีเจตนาฆ่า

ย่อคำพิพากษา

จำเลยและผู้เสียหายสมัครใจวิวาทกันด้วยเรื่องพูดผิดหูเพียงเล็กน้อย โดยไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน ผู้เสียหายใช้ไม้คมแฝกตีศีรษะจำเลย 1 ที จำเลยก็ใช้มีดปลายแหลมยาวทั้งด้ามทั้งตัวประมาณ 1 คืบแทงไป 1 ที ผู้เสียหาตีซ้ำอีก 1 ที จำเลยก็แทงไปอีก 1 ที ดังนี้ เห็นได้ว่าจำเลยได้แทงผู้เสียหายในขณะถูกตีศีรษะโดยกระทันหันในทันทีทันใด จำเลยย่อมจะมึนงงอยู่เพราะถูกตีศีรษะ และขณะนั้นก็มีแสงขมุกขมัวไม่เห็นกันถนัด ไม่มีโอกาสที่จำเลยจะตั้งใจเลือกหรือกำหนดได้ว่าจะแทงไปถูกตรงไหนของร่างกายได้ ทั้งเมื่อผู้เสียหายร้องขึ้นว่าถูกจำเลยแทง จำเลยก็ทิ้งมีดหนีโดยไม่ได้ทำร้ายซ้ำเติมอีก เช่นนี้ ยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.297

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับนายชาญซึ่งถูกฟ้องศาลพิพากษาลงโทษไปแล้ว ได้วิวาททำร้ายร่างกายซึ่งกันและกันโดยนายชาญใช้ไม้คมแฝกตีจำเลย ส่วนจำเลยใช้มีดพกแทงนายชาญเป็นแผลทะลุเข้าช่องปอดและทะลุเข้าตับอ่อนถึงทุพพลภาพประกอบด้วยทุกขเวทนาเกินกว่า ๒๐ วัน ทั้งนี้ โดยจำเลยมีเจตนาฆ่านายชาญให้ตาย หากแต่นายชาญได้รับการพยาบาลทันท่วงทีจึงไม่ถึงแก่คววามตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗, ๒๘๘, ๘๐ จำเลยให้การรับว่า ได้ใช้มีดแทงผู้เสียหายจริง แต่ต่อสู้ว่าเป็นการป้องกันตัว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามมาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๗ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ ให้ลงโทษตามมาตรา ๒๙๗ โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษฐานพยายามฆ่า ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ได้ความว่าจำเลยและผู้เสียหายต่างสมัครใจท้าทายเข้าวิวาทกันด้วยเรื่องพูดผิดหูกันเพียงเล็กน้อย คนทั้งสองเป็นเพื่อนอยู่ห้องแถวติดกัน ไม่เคยมีสาเหตุโกรธเคืองกันมาก่อน เมื่อท้าทายกันแล้วทั้งสองฝ่ายต่างถืออาวุธออกจาห้องของตนมาที่ระเบียงหน้าห้องซึ่งมีแสงขมุกขมัว จำเลยถือมีดพกปลายแหลมยาวทั้งด้ามทั้งตัวประมาณ ๑ คืบ กำลังยืนก้มตัวพูดกับภริยาจำเลยอยู่ ผู้เสียหายถือไม้คมแฝกตรงเข้าตีศีรษะจำเลยในขณะที่จำเลยก้มตัวอยู่นั้น ๑ ที จำเลยก็ใช้มีดที่ถืออยู่แทงไป ๑ ที ผู้เสียหายตีจำเลยซ้ำอีก ๑ ที จำเลยก็แทงไปอีก ๑ ที พอผู้เสียหายร้องขึ้นว่า ถูกจำเลยแทงเอาแล้ว จำเลยก็ทิ้งมีดผละหนีไป ดังนี้ เห็นได้ว่าจำเลยได้แทงผู้เสียหายในขณะถูกตีที่ศีรษะโดยกระทันหันในทันทีทันใด จำเลยย่อมจะมึนงงอยู่เพราะถูกตีที่ศีรษะและขณะนั้นก็มีแสงไฟขมุกขมัวไม่เห็นกันถนัด ไม่มีโอกาสที่จำเลยจะตั้งใจเลือกหรือกำหนดได้ว่าจะแทงไปถูกที่ตรงบริเวณส่วนไหนของร่างกายผู้เสียหายได้ ทั้งเมื่อผู้เสียหายร้องขึ้น จำเลยรู้ตัวว่าได้แทงไปถูกผู้เสียหายเข้าแล้ว จำเลยก็ทิ้งมีดหนีโดยไม่ได้ถือโอกาสเข้าทำร้ายซ้ำเติมอย่างไรอีก ดังนี้ แสดงว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ศาลฎีกาเห็นว่าข้อเท็จจริงยังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ควรมีความผิดเพียงในฐานทำร้ายร่างกายสาหัส ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 205/2510 พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์ นายสมจิตต์ พรหมศรี ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสมจิตต์ พรหมศรี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิคม ชัยอาญา · ยง เหลืองรังษี · ทองคำ จารุเหติ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญา - นายแผ้ว ศิวะบวร · ศาลอุทธรณ์ - นายสุธรรม วรรณแสง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 1148/2534ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 801/2503ฎีกา 4150/2529ฎีกา 635/2485ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1116/2502ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา