⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 253/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2510

ป.อาญา ม.59, 358, 359 ฯลฯ · ป.พ.พ. ม.1299

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การกระทำที่อ้างว่าเป็นการบุกรุกจะยังไม่มีความผิด หากข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ชัดว่าผู้เสียหายมีสิทธิครอบครองในที่พิพาท และทั้งสองฝ่ายยังคงมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการครอบครองอยู่ 2. การทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นที่ตนรู้ว่าเป็นของผู้เสียหาย ถือเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกนาของผู้เสียหายและถอนต้นข้าวที่ผู้เสียหายปลูกไว้ทิ้งเสีย เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังฟังไม่ได้ความชัดว่าที่พิพาทเป็นของผู้เสียหายดังที่โจทก์ฟ้อง และตามพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบกันมาก็เห็นได้ว่าทั้งสองฝ่ายยังเถียงการครอบครองกันอยู่ เช่นนี้ การที่จำเลยเข้าไปในที่พิพาท จำเลยจึงยังไม่มีความผิดฐานบุกรุก ส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าข้าวนั้นเป็นข้าวของผู้เสียหายปลูกไว้ซึ่งจำเลยก็รู้ การที่จำเลยถอนทำลายต้นข้าวที่เขาปลูกออกเสีย แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ ย่อมเห็นได้ว่าทำให้ต้นข้าวที่ปลูกไว้นั้นเสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 ประมวลกฎหมายอาญา ม.359 ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 ประมวลกฎหมายอาญา ม.365 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.358 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.359 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.362 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในนาของนางปันเพื่อถือการครอบครองแล้วถอนต้นข้าวซึ่งเป็นพืชในการกสิกรรมที่นางปันกสิกรปลูกไว้ทิ้งเสีย ขอให้ลงโทษ จำเลยให้การปฏิเสธ และว่าที่นาเป็นของจำเลย ผู้เสียหายเข้ามาปลูกข้าวโดยจำเลยมิได้อนุญาต จำเลยถึงถอนทิ้งเสีย ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดให้จำคุก จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์ โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังฟังไม่ได้ความชัดว่าที่พิพาทเป็นของผู้เสียหาย ดังที่โจทก์ฟ้อง และตามพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบกันมา ก็เห็นได้ว่าทั้งสองฝ่ายยังเถียงการครอบครองกันอยู่ การที่จำเลยเข้าไปในที่พิพาท จึงยังไม่มีความผิดฐานบุกรุก ส่วนในข้อหา ฐานทำให้เสียทรัพย์ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ข้าวนี้เป็นข้าวของผู้เสียหายปลูกอยู่ ซึ่งจำเลยก็รู้ และเป็นที่ผู้เสียหายและจำเลยยังเถียงการครอบครองกันอยู่ การที่จำเลยถอนทำลายต้นข้าวที่เขาปลูกออกเสียแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ ย่อมเห็นได้ว่าทำให้ต้นข้าวที่ปลูกไว้นั้นเสียหาย จำเลยจึงเจตนาทำให้ทรัพย์ของเขาเสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๙ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2510 อัยการจังหวัดแพร่ โจทก์ นายจันตา อุดมผล ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดแพร่ · ล. - นายจันตา อุดมผล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · วงษ์ วีระพงศ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดแพร่ - นายเปลื้อง วัฑฒนาธร · ศาลอุทธรณ์ - นายเพี้ยง บุญรักษา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 845/2543ฎีกา 231/2482ฎีกา 2530/2527ฎีกา 1715/2545ฎีกา 729/2483ฎีกา 377/2536ฎีกา 3237/2543ฎีกา 2718/2538ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 5640/2541ฎีกา 435/2535ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1008/2510ฎีกา 6663/2538ฎีกา 1189/2537ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 367/2495ฎีกา 8534/2544ฎีกา 45/2507ฎีกา 905/2508
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา