คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การกระทำที่อ้างว่าเป็นการบุกรุกจะยังไม่มีความผิด หากข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ชัดว่าผู้เสียหายมีสิทธิครอบครองในที่พิพาท และทั้งสองฝ่ายยังคงมีข้อพิพาทเกี่ยวกับการครอบครองอยู่
2. การทำลายทรัพย์สินของผู้อื่นที่ตนรู้ว่าเป็นของผู้เสียหาย ถือเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกนาของผู้เสียหายและถอนต้นข้าวที่ผู้เสียหายปลูกไว้ทิ้งเสีย เมื่อข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังฟังไม่ได้ความชัดว่าที่พิพาทเป็นของผู้เสียหายดังที่โจทก์ฟ้อง และตามพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบกันมาก็เห็นได้ว่าทั้งสองฝ่ายยังเถียงการครอบครองกันอยู่ เช่นนี้ การที่จำเลยเข้าไปในที่พิพาท จำเลยจึงยังไม่มีความผิดฐานบุกรุก
ส่วนข้อหาทำให้เสียทรัพย์ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าข้าวนั้นเป็นข้าวของผู้เสียหายปลูกไว้ซึ่งจำเลยก็รู้ การที่จำเลยถอนทำลายต้นข้าวที่เขาปลูกออกเสีย แล้วแช่น้ำทิ้งไว้ ย่อมเห็นได้ว่าทำให้ต้นข้าวที่ปลูกไว้นั้นเสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยบุกรุกเข้าไปในนาของนางปันเพื่อถือการครอบครองแล้วถอนต้นข้าวซึ่งเป็นพืชในการกสิกรรมที่นางปันกสิกรปลูกไว้ทิ้งเสีย ขอให้ลงโทษ
จำเลยให้การปฏิเสธ และว่าที่นาเป็นของจำเลย ผู้เสียหายเข้ามาปลูกข้าวโดยจำเลยมิได้อนุญาต จำเลยถึงถอนทิ้งเสีย
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดให้จำคุก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้องโจทก์
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่โจทก์นำสืบมายังฟังไม่ได้ความชัดว่าที่พิพาทเป็นของผู้เสียหาย ดังที่โจทก์ฟ้อง และตามพยานหลักฐานที่โจทก์จำเลยนำสืบกันมา ก็เห็นได้ว่าทั้งสองฝ่ายยังเถียงการครอบครองกันอยู่ การที่จำเลยเข้าไปในที่พิพาท จึงยังไม่มีความผิดฐานบุกรุก
ส่วนในข้อหา ฐานทำให้เสียทรัพย์ ข้อเท็จจริงได้ความว่า ข้าวนี้เป็นข้าวของผู้เสียหายปลูกอยู่ ซึ่งจำเลยก็รู้ และเป็นที่ผู้เสียหายและจำเลยยังเถียงการครอบครองกันอยู่ การที่จำเลยถอนทำลายต้นข้าวที่เขาปลูกออกเสียแล้วแช่น้ำทิ้งไว้ ย่อมเห็นได้ว่าทำให้ต้นข้าวที่ปลูกไว้นั้นเสียหาย จำเลยจึงเจตนาทำให้ทรัพย์ของเขาเสียหาย การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๙
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 253/2510
อัยการจังหวัดแพร่ โจทก์
นายจันตา อุดมผล ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการจังหวัดแพร่ · ล. - นายจันตา อุดมผล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อดุล รัตนปิณฑะ · โพยม เลขยานนท์ · วงษ์ วีระพงศ์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดแพร่ - นายเปลื้อง วัฑฒนาธร · ศาลอุทธรณ์ - นายเพี้ยง บุญรักษา |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา