⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 310/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. ทายาทมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ได้ แม้ว่าบริษัทจะยังไม่ได้จดทะเบียนทายาทเป็นผู้ถือหุ้นก็ตาม 2. การประชุมครั้งที่ 2 ต้องประชุมกันในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่มากกว่า 6 สัปดาห์ นับแต่วันประชุมครั้งที่ 1 3. หากผู้ถือหุ้นสองคนร้องขอให้ลงคะแนนลับ บริษัทจะต้องลงคะแนนลับ หากฝ่าฝืนมติของที่ประชุมย่อมตกเป็นโมฆะ 4. การขอให้ลงคะแนนลับไม่ใช่เป็นการเข้าประชุมแทนผู้ถือหุ้น และผู้ถือหุ้นไม่จำเป็นต้องไปร่วมประชุมด้วย 5. เฉพาะที่ประชุมใหญ่เท่านั้นที่อาจตั้งหรือถอนกรรมการได้

ย่อคำพิพากษา

เจ้ามรดกมีหุ้นอยู่ในบริษัทจำเลย เมื่อเจ้ามรดกตายหุ้นของเจ้ามรดกย่อมตกมาเป็นของทายาททันทีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณชิย์ มาตรา 1599 และ 1600 ทายาทจึงมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ ตามมาตรา 1195 ได้ แม้ว่าบริษัทจำเลยจะยังไม่ได้จดทะเบียนทายาทเป็นผู้ถือหุ้นก็ตาม ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1194 หมายความว่าการประชุมครั้งที่ 2 ต้องประชุมกันในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน และไม่มากกว่า 6 สัปดาห์ นับแต่วันประชุมครั้งที่ 1 (มิใช่ว่าต้องมีคำบอกกล่าวนัดประชุมครั้งที่ 2 ในระยะเวลาไม่น้อยกว่า 14 วัน นับตั้งแต่วันประชุมครั้งที่ 1) ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1190 เมื่อผู้ถือหุ้นสองคนของให้ลงคะแนนลับแล้ว บริษัทจะต้องลงคะแนนลับ หากฝ่าฝืนมติของที่ประชุมย่อมชัดต่อมาตรา 1194 เมื่อโจทก์ในฐานะผู้ถือหุ้นร้องขอ ศาลก็สั่งเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่นี้ได้ตามมาตรา 1195 การขอให้ลงคะแนนลับไม่ใช่เป็นการเข้าประชุมแทนผู้ถือหุ้น และการขอให้ลงคะแนนลับไม่มีกฎหมายบังคับว่าผู้ถือหุ้นจะต้องไปร่วมประชุมด้วย กรรมการของบริษัทผู้หนึ่งจะอยู่ในตำแหน่งได้ถึงสิ้นปี 2497 เมื่อกรรมการผู้นั้นตายลง กรรมการที่เหลือเลือกผู้อื่นเป็นกรรมการแทนเมื่อ พ.ศ. 2505 ดังนี้ ย่อมขัดกับมาตรา 1155 เฉพาะแต่ที่ประชุมใหญ่เท่านั้น อาจตั้งหรือถอนกรรมการได้ตามมาตรา 1151 ฉะนั้น เมื่อบริษัทไม่มีการประชุมใหญ่ ผู้ถือหุ้นจะมาฟ้องขอให้เพิกถอนการตั้งกรรมการมิได้ (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 9/2510)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1132 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1151 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1152 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1155 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1190 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1194 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1195

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นผู้จัดการมรดกของนายโอวบุ้นโฮ้ว และเป็นทายาทตามพินัยกรรม นายโอวบุ้นโฮ้วมีหุ้นอยู่ในบริษัทเอ็งอันการพิมพ์จำเลย ๒,๐๐๐ หุ้น โจทก์ขอให้จำเลยโอนหุ้นดังกล่าวให้โจทก์ แต่จำเลยปฏิเสธ จึงขอให้บริษัทจำเลยโอนแก้ทะเบียนหุ้นนายโอวบุ้นโฮ้วให้แก่โจทก์ และขอให้เพิกถอนมติพิเศษกรเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทจำเลย กับขอให้เพิกถอนกรรมการบริษัทจำเลยด้วย จำเลยที่ ๑, ๒, ๓ ให้การต่อสู้หลายประการ จำเลยที่ ๔ ขาดนัดยื่นคำให้การ ผู้ร้องสอดทั้ง ๗ อ้างว่าเป็นภริยาและบุตรของนายโอวบุ้นโฮ้ว ขอแบ่งมรดกหุ้นส่วนนี้ด้วย ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยจัดการโอนหุ้นให้โจทก์ และนายเกานายโอวซัวกับนางออยการ์ซังผู้ร้องสอด ให้ยกคำขอข้ออื่นของโจทก์ โจทก์และผู้ร้องสอดอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกาขอให้เพิกถอนมติพิเศษของบริษัทจำเลย และขอให้เพิกถอนการเป็นกรรมการของจำเลยที่ ๒, ๓, ๔ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังได้ว่าโจทก์ทั้งสองได้รับส่วนมรดกเกี่ยวกับหุ้นในบริษัทจำเลยตามพินัยกรรมของนายโอวบุ้นโฮ้ว ปัญหาจึงมีว่าโจทก์ซึ่งเป็นทายาทของนาวโอวบุ้นโฮ้วผู้รับมรดกหุ้นในบริษัทจำเลยสืบแทนนายโอวบุ้นโฮ้วนั้น จะมีอำนาจฟ้องขอให้เพิกถอนมติพิเศษของที่ประชุมใหญ่ตามมาตรา ๑๑๙๕ โดยที่บริษัทจำเลยยังไม่ได้จดทะเบียนเป็นผู้ถือหุ้นได้หรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่าโจทก์มีอำนาจฟ้องได้ เพราะเมื่อนายโอวบุ้นโฮ้วตาย หุ้นของนายโอวบุ้นโฮ้วก็ตกทอดมาเป็นของโจทก์ผู้เป็นทายาททันที โจทก์ย่อมอยู่ในฐานะเป็นผู้ถือหุ้นแทน นายโอวบุ้นโฮ้วแล้วตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๕๙๙ และ ๑๖๐๐ ที่โจทก์ฎีกาว่า บริษัทจำเลยประชุมครั้งแรกวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๐๖ และได้มีคำบอกกล่าวนัดประชุมครั้งที่ ๒ วันที่ ๙ มีนาคม ๒๕๐๖ จึงไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๙๔ วรรค ๔ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่ามาตรา ๑๑๙๔ หมายความว่าการประชุมครั้งที่ ๒ ต้องประชุมกันในระยะเวลาไม่น้อยกว่า ๑๔ วัน และไม่มากว่า ๖ สัปดาห์ นับแต่วันประชุมครั้งที่ ๑ ซึ่งบริษัทจำเลยได้ปฏิบัติโดยชอบแล้ว ที่โจทก์ฎีกาว่าในการประชุมครั้งที่ ๑ โจทก์ได้มีหนังสือไปยังจำเลยขอให้มีการลงคะแนนลับ หุ้นของโจทก์มี ๑๔๗๕ หุ้น ในจำนวน ๔,๐๐๐ หุ้น เสียงข้างมากในที่ประชุมจึงได้ไม่ถึง ๓ ใน ๔ ของเสียงทั้งหมด มติของที่ประชุมจึงไม่ชอบด้วยมาตรา ๑๑๙๔ วรรค ๓ ศาลฎีกาเห็นว่า ตามมาตรา ๑๑๙๐ เมื่อมีผู้ถือหุ้น ๒ คน ขอให้ลงคะแนนลับแล้วจะต้องลงคะแนนลับ โจทก์ทั้งสองได้เสนอขอให้มีการลงคะแนนลับแล้ว การประชุมครั้งแรกมีคะแนนเสียง ๑,๘๐๐ เสียงเท่านั้น ไม่ถึง ๓ ใน ๔ ของเสียงทั้งหมด มติของที่ประชุมจึงขัดต่อมาตรา ๑๑๙๔ เมื่อโจทก์ในฐานะผู้ถือหุ้นร้องขึ้นมา ศาลก็ชอบที่จะสั่งเพิกถอนมติของที่ประชุมใหญ่นี้เสียตามมาตรา ๑๑๙๕ ที่จำเลยโต้แย้งว่า โจทก์มิได้ลงนามในหนังสือขอให้ลงคะแนนลับเอง แต่ให้ผู้รับมอบอำนาจลงนามแทนผู้รับมอบอำนาจไม่ได้เป็นผู้ถือหุ้น จึงขัดกับข้อบังคับของบริษัทจำเลยที่ว่า "ผู้ถือหุ้นคนใดไม่สามารถเข้าประชุมโดยตนเองได้อาจมอบฉันทะให้ผู้ถือหุ้นอื่นเข้าประชุมแทน" นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า การขอให้ลงคะแนนลับไม่ใช่เป็นการเข้าประชุมแทนโจทก์ และการที่ผู้ถือหุ้นขอให้ลงคะแนนลับนั้น ไม่มีกฎหมายบังคับไว้ว่า ผู้ถือหุ้นจะต้องไปร่วมประชุมด้วย ข้อโต้แย้งของจำเลยฟังไม่ขึ้น ที่โจทก์ฎีกาว่า กรรมการบริษัทจำเลยเลือกจำเลยที่ ๔ เป็นกรรมการแทนนายโอวบุ้นโฮ้วเมื่อพ้นกำหนดระยะเวลาสิ้นสุดที่นายโอวบุ้นโฮ้วจะเป็นกรรมการแล้วจึงไม่ชอบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่านายโอวบุ้นโฮ้วจะอยู่ในตำแหน่งกรรมการได้ถึงสิ้นปี ๒๔๙๗ กรรมการที่เหลือเลือกจำเลยที่ ๔ เป็นกรรมการแทนนายโอวบุ้นโฮ้วเมื่อ พ.ศ. ๒๕๐๕ จึงขัดต่อมาตรา ๑๑๕๕ ที่โจทก์ขอให้เพิกถอนการเป็นกรรมการของจำเลยที่ ๒, ๓ โดยอ้างว่าไม่ได้ออกตามเวรตามมาตรา ๑๑๕๒ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่าตามมาตรา ๑๑๕๑ นั้น เฉพาะแต่ที่ประชุมใหญ่เท่านั้น อาจจะตั้งหรือถอนกรรมการได้ เมื่อบริษัทจำเลยไม่มีการประชุมใหญ่โจทก์ก็ชอบที่จะขอให้มีการประชุมใหญ่เพื่อเลือกตั้งกรรมการแทนจำเลยที่ ๒, ๓ ต่อไปได้จะมาฟ้องขอให้ศาลสั่งเพิกถอนมิได้ พิพากษาแก้ ให้เพิกถอนมติพิเศษการเพิ่มทุนและแก้ไขหนังสือบริคณห์สนธิของบริษัทจำเลย และให้เพิกถอนคำขอจดทะเบียนดังกล่าวของบริษัทจำเลย ให้เพิกถอนการจดทะเบียนนายเซ้งใช้ จำเลยที่ ๔ เป็นกรรมการบริษัทจำเลย นอกจากที่แก้นี้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 310/2510 นางตั้นกิมกี่หรือตั้นกีกี และ นางสาวโอวเซียน ผู้จัดการมรดกและ ทายาทของนายโอวบุ้นโฮ้ว (ตามพินัยกรรม) โดยนายเสริม เภกะนันท์ นายวิ รัตน์ เสตะกสิกร ผู้รับมอบอำนาจ โจทก์ บริษัทเอ็งอันการพิมพ์ จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้จัดการมรดกและ - นางตั้นกิมกี่หรือตั้นกีกี และ นางสาวโอวเซียน · นายวิ - ทายาทของนายโอวบุ้นโฮ้ว (ตามพินัยกรรม) โดยนายเสริม เภกะนันท์ · โจทก์ - รัตน์ เสตะกสิกร ผู้รับมอบอำนาจ · จำเลย - บริษัทเอ็งอันการพิมพ์ จำกัด ที่ 1 กับพวกรวม 4 คน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ศริ มลิลา · ยง เหลืองรังษี · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุปัน พูนพัฒน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายจำรูญ โชติรัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1436/2533ฎีกา 452/2518ฎีกา 130/2548ฎีกา 1507/2566ฎีกา 4049/2540ฎีกา 7926/2557ฎีกา 3413/2560ฎีกา 4564/2536ฎีกา 1509/2566ฎีกา 10468/2546ฎีกา 645/2486ฎีกา 6063/2538ฎีกา 585-586/2566ฎีกา 1121/2513ฎีกา 223/2506ฎีกา 2278/2527ฎีกา 2788/2543ฎีกา 10287/2559ฎีกา 2510/2533ฎีกา 6055/2546ฎีกา 2177/2522ฎีกา 4582/2557ฎีกา 4469/2566ฎีกา 4127/2530
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา