⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 628/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 628/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยกระทำการให้น้ำในบ่อสาธารณะที่โจทก์ใช้เป็นประจำและจำเป็นแก่การดำรงชีวิตไม่มีให้โจทก์ใช้ ถือว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษและมีอำนาจฟ้องคดีได้

ย่อคำพิพากษา

โจทก์มีบ่อน้ำกินคือบ่อพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน โจทก์ใช้บ่อน้ำบ่อนี้เสมอมา จำเป็นแก่ความเป็นอยู่ของโจทก์ จำเลยกระทำการให้น้ำในบ่อไม่มีให้โจทก์ใช้เช่นเคย ดังนี้ ถือได้ว่าโจทก์เสียหายเป็นพิเศษ มีอำนาจฟ้องคดีได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.55 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.420 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1304

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์มีภูมิลำเนาอยู่บ้านเมืองเก่า ตำบลในเมือง อำเภอเมืองขอนแก่น ราษฎรบ้านเมืองเก่ามีบ่อน้ำกิน (บ่อพิพาท) ชื่อบ่อน้ำโนนหนองวัด อยู่ห่างหมู่บ้านประมาณ ๔ เส้น มีทางเดิน (ทางพิพาท) เข้าไปตักน้ำในบ่อยาวประมาณ ๑ เส้นเศษ ชาวบ้านใช้บ่อน้ำและทางพิพาทร่วมกันมากว่า ๑๐๐ ปีย่อมเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกันโจทก์และราษฎรอื่นได้บูรณะซ่อมแซมโดยร่วมกันออกแรงออกเงินหลายครั้ง เมื่อเดือนเมษายน ๒๕๐๗ บ่อพิพาทตื้นเขิน โจทก์และราษฎรช่วยกันออกเงินซ่อม จำเลยขัดขวาง และจำเลยขุดบ่อน้ำ ๑ บ่อห่างบ่อพิพาทประมาณ ๕๐ เซนติเมตร เป็นการแย่งเอาน้ำจากบ่อพิพาท และอุดทางน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปในบ่อ แล้วจำเลยถือเอาประโยชน์โดยขายน้ำในบ่อที่จำเลยขุดให้ชาวบ้าน และขอออก น.ส.๓ เพื่อถือกรรมสิทธิ์บ่อน้ำและทางพิพาท โจทก์มีส่วนได้รับความเสียหาย ขอให้สั่งว่าบ่อน้ำ ที่ดินรอบบริเวณบ่อน้ำ รวมทั้งทางเดินเข้าบ่อพิพาทเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน เป็นที่สาธารณสมบัติของแผ่นดินห้ามมิให้จำเลยและบริวารเข้าเกี่ยวข้องถือกรรมสิทธิ์ต่อไป ให้จำเลยทำลายรื้อถอนกลบบ่อน้ำที่จำเลยขุด ศาลชั้นต้นตรวจฟ้องและสั่งว่า ในฟ้องไม่ได้แสดงว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษอย่างไร มีคำสั่งให้ยกฟ้อง เมื่อศาลชั้นต้นยกฟ้องแล้วในวันเดียวกันนั้น โจทก์ยื่นคำร้องว่าผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น โดยตำแหน่งย่อมเป็นผู้เสียหายและผู้แทนพลเมือง มีหน้าที่ปกครองรักษาทรัพย์ขอให้เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง โจทก์อุทธรณ์ ในระหว่างพิจารณาคดีของศาลอุทธรณ์ โจทก์บางคนรวม ๒๑ คนขอถอนตนไม่ติดใจเป็นโจทก์ดำเนินคดีต่อไป ศาลอุทธรณ์อนุญาตให้ถอนอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์เห็นว่า โจทก์ฟ้องโจทก์บรรยายไว้ชัดแจ้งถือได้ว่าโจทก์ได้รับความเสียหายเป็นพิเศษ มีอำนาจฟ้องได้ แต่ในข้อที่ให้เรียกผู้ว่าราชการจังหวัดมาเป็นโจทก์ร่วม เป็นเรื่องที่โจทก์จะต้องยื่นคำร้องต่อศาลชั้นต้นก่อนศาลชั้นต้นมีคำพิพากษา พิพากษาแก้คำสั่งชั้นต้นให้รับฟ้องโจทก์ที่ไม่ได้ถอนอุทธรณ์ไว้ดำเนินการต่อไป นอกจากที่แก้ (คือที่เกี่ยวกับโจทก์ที่ขอถอนอุทธรณ์) คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าความสำคัญของฟ้องมีว่า โจทก์มีบ่อน้ำกินคือบ่อพิพาทซึ่งเป็นทรัพย์สินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน โจทก์ใช้บ่อนี้เสมอมา จำเป็นแก่ความเป็นอยู่ของโจทก์ จำเลยกระทำการให้น้ำในบ่อไม่มีให้โจทก์ใช้เช่นเคย ดังนี้ถือได้ว่าโจทก์เสียหายเป็นพิเศษแล้ว มีอำนาจฟ้องคดีได้ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 628/2510 นายรัตน์ อภิรมยานนท์ กับพวกรวม 163 คน ตามบัญชีรายชื่อท้ายใบแต่ง ทนายโจทก์ โจทก์ นางกว้าง อยู่บ้าว ที่ 1 นายเคน อยู่บัว ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความตามบัญชีรายชื่อท้ายใบแต่ง - นายรัตน์ อภิรมยานนท์ กับพวกรวม 163 คน · โจทก์ - ทนายโจทก์ · ล. - นางกว้าง อยู่บ้าว ที่ 1 นายเคน อยู่บัว ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โกวิท ถิระวัฒน์ · มณี ชุติวงศ์ · ไฉน บุญยก
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดขอนแก่น · ศาลอุทธรณ์ - นายนิคม ชัยอาญา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4976/2536ฎีกา 681/2506ฎีกา 4715/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 9815/2555ฎีกา 22/2511ฎีกา 8688/2551ฎีกา 4513/2533ฎีกา 8777/2548ฎีกา 2834/2527ฎีกา 1968/2533ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 246/2530ฎีกา 1538/2518ฎีกา 1889/2511ฎีกา 8680/2551ฎีกา 7335/2538ฎีกา 861/2540ฎีกา 1036/2506ฎีกา 863/2524ฎีกา 2718/2538ฎีกา 1170/2505ฎีกา 307/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา