คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2510
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เลขานุการซึ่งได้รับมอบอำนาจให้ลงนามในเอกสารผูกพันสำนักงาน มีอำนาจร้องทุกข์แทนสำนักงานได้ และการนับระยะเวลาการร้องทุกข์ให้ถือตามวันที่ผู้มีอำนาจดำเนินการแทนสำนักงานทราบเรื่องความผิดและผู้กระทำผิด.
ย่อคำพิพากษา
เลขานุการสำนักงานอาคารสงเคราะห์ได้รับมอบหมายจากกรรมการสองนายของสำนักงานฯ ให้มีอำนาจลงนามในเอกสารผูกพันสำนักงานได้ในการดำเนินงานในอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอาคารสงเคราะห์ ฉะนั้นเลขานุการฯ จึงมีอำนาจร้องทุกข์แทนสำนักงานอาคารสงเคราะห์ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 5(3)
การร้องทุกข์เกี่ยวกับความผิดฐานยักยอก ซึ่งต้องร้องทุกข์ภายใน 3 เดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิด และรู้ตัวผู้กระทำผิดนั้น ต้องถือว่าสำนักงานอาคารสงเคราะห์เพิ่งทราบการกระทำผิดของจำเลยเมื่อวันที่คณะกรรมการสอบสวนรายงานผลให้เลขานุการของสำนักงานทราบ เพราะเลขานุการเป็นผู้มีอำนาจดำเนินการแทนสำนักงานอาคารสงเคราะห์ได้ จะนับแต่วันทราบของเจ้าหน้าที่สำนักงานซึ่งไม่มีอำนาจดำเนินการแทนสำนักงานอาคารสงเคราะห์ไม่ได้.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีมีปัญหาเกี่ยวกับอำนาจการร้องทุกข์ซึ่งจำเลยได้ฎีกาขึ้นมา ว่าเลขานุการของสำนักงานอาคารสงเคราะห์ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติจัดตั้งสำนักงานอาคารสงเคราะห์ พ.ศ. ๒๔๘๕ มาตรา ๖ บัญญัติว่าให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลและดำเนินกิจการโดยทั่วไปของสำนักงานอาคารสงเคราะห์และ มาตรา ๑๑ บัญญัติให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยมีอำนาจออกกฎกระทรวงกำหนดกิจการและวิธีการอันคณะกรรมการพึงดำเนินเพื่อปฏิบัติการตามพระราชบัญญัตินี้ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยได้ออกกฎกระทรวงลงวันที่ ๕ ตุลาคม ๒๔๘๕ ข้อ ๑ มีความว่า ในการดำเนินกิจการงานในอำนาจและหน้าที่ของสำนักงานอาคารสงเคราะห์ กรรมการสองนายหรือเลขานุการซึ่งได้รับมอบหมายจากกรรมการสองนาย มีอำนาจลงนามในเอกสารผูกพันสำนักงานได้ นายปกรณ์ อังศุสิงห์ เป็นเลขานุการได้รับมอบอำนาจจากกรรมการสองนายให้มีอำนาจในการลงนามแทนกรรมการทั้งสองในเอกสารผูกพันสำนักงานได้ ตามใบมอบอำนาจหมาย จ.๑ ประกอบด้วยกฎกระทรวงมหาดไทยดังกล่าว ฉะนั้นนายปกรณ์ในฐานะเลขานุการผู้ได้รับมอบอำนาจในการดำเนินการของสำนักงานอาคารสงเคราะห์จึงเป็นผู้แทนสำนักงานอาคารสงเคราะห์มีอำนาจร้องทุกข์ได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา ๕(๓)
ส่วนปัญหาเรื่องการร้องทุกข์ในคดีความผิดฐานยักยอก ซึ่งต้องร้องทุกข์ ภายในสามเดือนนับแต่วันที่รู้เรื่องความผิดและรู้ตัวผู้กระทำผิดนั้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ต้องถือว่าสำนักงานอาคารสงเคราะห์ทราบการกระทำผิดของจำเลย เมื่อวันที่คณะกรรมการสอบสวนรายงานผลให้ นายปกรณ์ อังศุสิงห์ เลขานุการทราบ ไม่ใช่วันที่นายสาธิต คงสวัสดิ์ รายงานให้นายประสิทธิ์ เก่งเรียน ทราบ เพราะนายประสิทธิ์ เก่งเรียน เป็นเพียงเจ้าหน้าที่ของสำนักงานอาคารสงเคราะห์เท่านั้น ไม่ได้เป็นผู้ที่มีอำนาจดำเนินการแทนสำนักงานอาคารสงเคราะห์ และขณะนั้นก็ยังไม่ทราบแน่นอนว่าจำเลยจะยักยอกเงินไปจริงหรือไม่
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 665/2510
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
พันตรีจงกล ชูรัตน์ ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - พันตรีจงกล ชูรัตน์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ศริ มลิลา · สวิง ลัดพลี · จินตา บุณยอาคม |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - นายสอน ไชยสุต · ศาลอุทธรณ์ - นางมงคล เชาว์นดี |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา