⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 671/2510

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 671/2510

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสืบถึงมูลเหตุที่นำมาสู่การทำสัญญากู้เงิน เพื่อแสดงว่าจำเลยได้ทำสัญญากู้เงินจริงและได้มีการตกลงกันให้ถือว่าจำเลยได้รับเงินแล้ว เป็นการสืบได้โดยชอบ ไม่เป็นการสืบนอกฟ้องนอกประเด็น การบรรยายฟ้องว่าหนี้เป็นหนี้ร่วมระหว่างสามีภริยาตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 โดยระบุถึงสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับแล้ว ถือว่าฟ้องสมบูรณ์ ไม่เคลือบคลุม ส่วนจะเป็นหนี้ร่วมชนิดใดนั้นเป็นรายละเอียดที่ต้องนำสืบในชั้นพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องเรียกเงินกู้ การที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยกู้เงินโจทก์ไปทำการค้าค้างดอกเบี้ย โจทก์จึงเอาดอกเบี้ยและต้นเงินรวมกันทำสัญญากู้ไว้ ดังนี้ เป็นการนำสืบถึงมูลเหตุที่นำมาสู่การทำสัญญากู้เงิน เพื่อแสดงว่าจำเลยที่ 1 ได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ตามฟ้องจริง และได้มีการตกลงกันให้ถือว่าจำเลยได้รับเงินแล้วอย่างไร ดังนี้ ย่อมสืบได้หาเป็นการสืบนอกฟ้องนอกประเด็นไม่ ทั้งโจทก์ไม่ต้องบรรยายฟ้องกล่าวอ้างตั้งประเด็นเรื่องที่นำสืบนั้นมาในฟ้องด้วย โจทก์บรรยายฟ้องว่า จำเลยที่ 2 เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ 1 และเป็นหนี้ก่อขึ้นระหว่างสมรส เป็นหนี้ร่วม จำเลยที่ 2 ต้องร่วมรับผิดใช้หนี้โจทก์ด้วย ดังนี้ เห็นได้ว่าคำฟ้องของโจทก์แสดงโดยแจ้งชัดซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้ว ที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า "เป็นหนี้ร่วม" ก็หมายถึงหนี้ดังระบุไว้ในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1482 (1) (2) (3) (4) ฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ ไม่เคลือบคลุม ส่วนจะเป็นหนี้ร่วมชนิดใดนั้นเป็นรายละเอียดที่โจทก์จะต้องนำสืบต่อไปในชั้นพิจารณา

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1482

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ ๑๑,๕๐๐ บาท ตามสัญญากู้เงินลงวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๓ จะชำระภายในวันที่ ๒๕ กรกฎาคม ๒๕๐๕ นำเช็คธนาคารศรีนคร เอ็น. ๕ เลขที่ ๐๐๗๖๖๙ ให้โจทก์ยึดถือไว้เป็นประกัน จำเลยผิดนัดไม่ชำระ จำเลยที่ ๒ เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ และเป็นหนี้ที่จำเลยก่อขึ้นในระหว่างสมรส เป็นหนี้ร่วม ขอให้จำเลยทั้งสองชำระต้นเงิน และดอกเบี้ยรวม ๑๔,๖๙๕.๙๒ บาท ฯลฯ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดยื่นคำให้การ จำเลยที่ ๒ ให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม แม้จะเป็นการกู้ก็เป็นการกู้ไปเพื่อประโยชน์ส่วนตัวของจำเลยที่ ๑ จำเลยที่ ๑ ขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยทั้งสองชดใช้ต้นเงิน ๑๑,๕๐๐ บาท กับดอกเบี้ยรวมเป็นเงิน ๑๔,๖๙๕.๙๒ บาท ฯลฯ จำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยที่ ๒ ฎีกา ประเด็นที่ว่าที่โจทก์นำสืบว่าจำเลยที่ ๑ กู้เงินโจทก์ไปทำการค้าค้างดอกเบี้ย โจทก์เอาดอกเบี้ยและต้นเงินรวมกันทำสัญญากู้ไว้เป็นการสืบนอกฟ้องนอกประเด็นหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า การที่โจทก์นำสืบเช่นนั้นเป็นการสืบถึงมูลเหตุที่นำมาสู่การทำสัญญากู้ เพื่อแสดงว่าจำเลยที่ ๑ ได้ทำสัญญากุ้เงินโจทก์ตามฟ้องจริงและได้มีการตกลงกันให้ถือว่าจำเลยได้รับเงินแล้วอย่างไร ดังนี้ ย่อมสืบได้และหาเป็นการสืบนอกฟ้องนอกประเด็นไม่ ทั้งโจทก์ไม่ต้องบรรยายฟ้องกล่าวอ้างตั้งประเด็นเรื่องตามที่นำสืบมานั้นในฟ้องด้วย ข้อที่จำเลยที่ ๒ ฎีกาว่า ที่โจทก์บรรยายฟ้องเพียงว่า "จำเลยที่ ๒ เป็นภริยาโดยชอบด้วยกฎหมายของจำเลยที่ ๑ และเป็นหนี้ก่อขึ้นระหว่างสมรสเป็นหนี้ร่วม จำเลยที่ ๒ ต้องร่วมรับผิดใช้หนี้โจทก์ด้วย" ดังนี้ โจทก์มิได้ระบุข้อความประการใดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๔๘๒ เลย ศาลฎีกาเห็นว่าเท่าที่โจทก์บรรยายฟ้องเรียกได้ว่าคำฟ้องของโจทก์แสดงโดยชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาและคำขอบังคับ ทั้งข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาเช่นว่านั้นแล้วที่โจทก์บรรยายฟ้องว่า "...... เป็นหนี้ร่วม ...... ก็หมายถึงหนี้ดังต่อไปนี้คือใน (๑) (๒) (๓) (๔) แห่งมาตรา ๑๔๘๒ ซึ่งจำเลยที่ ๒ ก็เข้าใจได้ดี ฟ้องของโจทก์จึงสมบูรณ์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๗๒ ไม่เคลือบคลุม ส่วนจะเป็นหนี้ร่วมชนิดใดนั้นเป็นรายละเอียดที่โจทก์จะต้องนำสืบต่อไปในชั้นพิจารณา พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 671/2510 นายโกมล อะฮีร์ หรือยาโด โจทก์ นายวรวิทย์ พุกประจบ ที่ 1 นางอำไพ พุกประจบ ที่ 2 ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายโกมล อะฮีร์ หรือยาโด · ล. - นายวรวิทย์ พุกประจบ ที่ 1 นางอำไพ พุกประจบ ที่ 2
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ลออง จุลกะเศียน · จิตติ ติงศภัทิย์ · สุทิน เกษคุปต์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุเมธ ทิพยมนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายแสวง ลัดพลี
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 13107/2556ฎีกา 767/2518ฎีกา 7919/2553ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 3206/2537ฎีกา 685/2550ฎีกา 1415/2540ฎีกา 8875/2542ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 1360/2544ฎีกา 56/2520ฎีกา 1055/2492ฎีกา 6039/2537ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2709/2538ฎีกา 70/2518ฎีกา 2224/2528
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา